ช็อคโกแลตมีประโยชน์ ไม่ได้ทำให้อ้วนอย่างเดียวเท่านั้น

พูดถึงช็อคโกแลต หลายคนคงนึกไปถึงรสชาติอันหอมหวานของมัน
ไม่น่าแปลกที่มันจะกลายเป็นขนมสุดโปรดของใครหลายคน
ซึ่งมันก็มีประโยชน์อยู่ในตัวด้วยเช่นกัน

หากจะนึกถึงการรับประทานช็อคโกแลต
ส่วนใหญ่คงจะมองกันว่ามันเป็นสาเหตุที่ทำให้อ้วน
นั่นก็จริงส่วนหนึ่งถ้าหากว่ามีการบริโภคมากจนเกินไป
แต่อันที่จริงแล้วช็อคโกแลตมันก็มีประโยชน์ต่อร่างกายด้วยเช่นกัน
มาดูกันเลยดีกว่าว่ามันจะส่งผลดีอย่างไรกันบ้าง

ช็อคโกแลตนั้นมีสารแอนต้อ็อกซิแดนท์จากผงโกโก้
ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่ามันช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ
จึงมีประโยชน์อย่างมากในด้านการป้องกันโรคภัยไข้เจ็บมากมาย
ขณะที่ในด้านอารมณ์นั้น ช็อคโกแลตก็จะช่วยให้เราเครียดน้อยลง
ด้วยกรดอะมิโนทริปโตฟานที่มีอยู่ในผงโกโก้ ถ้าลองสังเกตกันดีๆ
หลังจากที่เราบริโภคช็อคโกแลตเข้าไป เราจะมีความรู้สึกผ่อนคลาย
และอารมณ์ดีขึ้นมาในทันที

นอกเหนือไปจากช่วยให้เราผ่อนคลายแล้ว
ช็อคโกแลตยังทำให้ความจำของเราดีขึ้นได้อีกด้วย
นั่นเพราะว่ามันมีสารฟลาวานอลส์ที่ช่วยกระตุ้นให้การไหลเวียนเลือดในสมองทำง
านได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ขณะที่นักดื่มที่ชอบเมาค้างกันอยู่บ่อยๆ
การดื่มช็อคโกแลตร้อนๆ ก็สามารถช่วยให้อาการเมาค้างทุเลาลงได้อีกด้วย

ด้านความสวยความงาม ช็อคโกแลตก็มีประโยชน์ไม่น้อยเลย
ด้วยสารฟลาโวนอยด์ที่จะช่วยให้ผิวพรรณมีความชุ่มชื้นมากขึ้น
รวมถึงช่วยให้การไหลเวียนเลือดดีขึ้นด้วยเช่นกัน

ช็อคโกแลตยังถูกวิจัยมาแล้วว่าสามารถช่วยลดระดับไขมันในเลือดได้
ขณะเดียวกันก็ช่วยป้องกันโรคมะเร็ง และโรคหัวใจได้อีกด้วย
นี่คือประโยชน์ที่จะทำให้ร่างกายของเราสมบูรณ์แข็งแรงในระยะยาว
เพียงแค่บริโภคช็อคโกแลตอย่างถูกต้องสม่ำเสมอเท่านั้น

ด้วยประโยชน์ที่มากมายขนาดนี้
เราอาจมีคำถามว่าเราควรบริโภคช็อคโกแลตชนิดไหนถึงจะดี
คำตอบก็คือดาร์กช็อคโกแลตจะดีที่สุด เพราะมันมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระ
รวมไปถึงแร่ธาตุต่างๆ มากมาย
โดยดาร์กช็อคโกแลตนั้นจะมีส่วนผสมของน้ำตาลและไขมันค่อนข้างน้อย
จึงไม่ได้ส่งผลเสียต่อร่างกายของเรามากนัก

นี่ก็คือการแนะนำถึงประโยชน์ต่างๆ ของช็อคโกแลต
จะเห็นได้ว่ามันไม่ได้มีเพียงแค่รสชาติถูกปากใครต่อใครเท่านั้น
แต่มันยังมากด้วยประโยชน์อีกด้วย
แต่การที่จะดึงเอาประโยชน์ของมันมาได้อย่างเต็มที่หรือไม่
ก็อยู่ที่ตัวของผู้บริโภคเองในการเลือกรับประทานช็อคโกแลตอย่างถูกต้องและเหม
าะสม

ขอให้มีความสุขไปกับการรับประทานช็อคโกแลตกันต่อไป…

Read More

ไม่อยากทนทุกข์ทรมานกับสิว ต้องปรับพฤติกรรมเหล่านี้

สิวถือเป็นหนึ่งในปัญหาเกี่ยวกับความสวยความงามที่กวนใจมนุษย์เรามาช้านาน
แน่นอนว่าใครก็ย่อมไม่อยากเป็นกันทั้งนั้น ซึ่งถ้าไม่อยากทนทุกข์ทรมานกับสิวก็ต้องปรับพฤติกรรมเหล่านี้
อย่างแรกเลยก็คือการรักษาความสะอาด
เราไม่ควรที่จะใช้มือสัมผัสกับใบหน้าบ่อยๆ โดยไม่จำเป็น
เพราะในการใช้ชีวิตประจำวันนั้นมือของเราจะมีเชื้อโรครวมไปถึงแบคทีเรียเป็นจำนวนมาก
ซึ่งหากนำมาสัมผัสกับใบหน้าโดยตรงก็อาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดสิวขึ้นได้
ขณะเดียวกันความสะอาดของสิ่งต่างๆ ที่จะต้องสัมผัสกับใบหน้าเราโดยตรง
เช่นผ้าเช็ดหน้าหรือว่าหมอน ก็ควรที่จะทำให้มันสะอาดอยู่ตลอดเวลาด้วย
ขณะที่อุปกรณ์ที่ทุกคนใช้กันในปัจจุบันอย่างสมาร์ทโฟนก็อย่าได้มองข้าม
ควรรักษาความสะอาดให้ดีด้วย เพราะเมื่อเรารับสายแต่ละครั้งใบหน้าของเราก็จะไปสัมผัสกับหน้าจอของมัน
ซึ่งถ้าเราไม่เคยทำความสะอาดมันเลยหน้าจอสมาร์ทโฟนนี่แหละคือแหล่งรวมเชื้อโรคชั้นดี
ต่อมาก็คือการไม่บีบสิวเองถ้าหากว่าไม่มีความรู้เพียงพอ
นี่อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดแผลเป็นหรือว่าใบหน้าเกิดหลุมขึ้นมาได้
ดีไม่ดีถ้าหากเราบีบไม่ดีก็จะยิ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้รอยสิวนั้นลุกลามบานปลายให้เครียดหนักกว่าเดิม
ทางที่ดีควรปล่อยให้เป็นหน้าที่ของแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญเป็นคนลงมือจัดการจะดีกว่า ซึ่งก็ต้องศึกษากันให้ดีๆ
ก่อนด้วยว่าแพทย์คนนั้นเราสามารถไว้วางใจได้หรือไม่
ในขั้นตอนของการรักษาสิว เราอาจจะเห็นได้ว่าแพทย์จะจ่ายยารักษาสิวให้กับเรา
ซึ่งนั่นไม่ได้หมายความว่ายาตัวนั้นจะได้ผลกับเราเสมอไป
เพราะผิวหน้าของแต่ละคนก็ต้องการยารักษาสิวที่แตกต่างกันออกไป
โดยยารักษาสิวโดยทั่วไปแล้วจะเป็นกลุ่มยา benzoyl peroxide
ซึ่งมีฤทธิ์คอยฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งนี่เป็นต้นเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดสิว
แต่ว่ายาชนิดนี้จะไม่เหมาะกับคนที่ผิวแพ้ง่ายหากใช้ไปอาจจะทำให้ผิวหน้าเกิดความระคายเคืองเป็นอย่างมาก
มันไม่มีสูตรสำเร็จตายตัวว่ายารักษาสิวแบบไหนจะเหมาะกับใครบ้างของแบบนี้ต้องค่อยๆ เรียนรู้กันไป
หาแนวทางการรักษาสิวที่เหมาะสมกับตัวเองที่สุดรวมไปถึงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมบางอย่างที่ได้แนะนำเอาไว้อย่างเคร่งครัด
มันก็จะช่วยให้สิวลดลงได้พอสมควรทั้งนี้ใครที่เป็นสิวอยู่ก็อย่าได้เครียดไป การรักษาจำเป็นต้องใช้เวลา
แต่ถ้าทำทุกอย่างให้ถูกต้องแล้วล่ะก็สบายใจได้เลยว่าในอนาคตปัญหาสิวบนใบหน้าจะหมดไป เรื่องที่ทำให้เราหมดความมั่นใจก็จะค่อยๆ หายไปอย่างแน่นอน…

Read More

ไม่ต้องพึ่งแต่พารา! 6 อาหารลดอาการปวดหัว อร่อย ดีต่อสุขภาพ

ปวดหัว ถือเป็นอาการป่วยยอดฮิตของใครหลายๆ คน
ซึ่งทางออกที่คุนเคยคือการกินยาอย่างพาราเซตามอล แต่สำหรับคนไม่ต้องการทานยา
หรือมีอาการปวดหัวแค่เพียงเล็กน้อย ซึ่งหลายคนมักจะเกิดอาการนี้เป็นประจำ
และอยากหาทางออกอื่นๆ บ้าง จะต้องทำอย่างไร
คำตอบของคุณคือ การกินอาหารธรรมชาติ ซึ่งทำให้คุณไม่ต้องพึ่งยาพารา
เกินความจำเป็น เราลองมาดูกันว่า อาหารอะไรบ้างที่ทำให้คุณได้อิ่มท้อง
แถมยังเป็นยาช่วยรักษาร่างกายได้ด้วย
1. ปลาทะเล
ปลาทะเล เช่น ปลาทู ปลาแซลมอน ปลากะพง นอกจากอร่อยแล้ว
ยังมีประโยชน์มหาศาล เนื่องจากปลาทะเลมีโปรตีนสูง
ซึ่งมีส่วนช่วยในการทำทำหน้าที่ควบคุมระดับน้ำตาลในร่างกายให้คงที่
เมื่อระดับน้ำตาลคงที่อาการปวดหัวก็จะลดลง
นอกจากนี้ ในปลาทะเลยังมีกรดไขมันโอเมก้า-3
ที่เป็นกรดไขมันที่จำเป็นต่อร่างกายเป็นตัวช่วยลดการอักเสบ
ช่วยลดอาการปวดได้อีกด้วย
2. กล้วย
กล้วย ถือเป็นผลไม้ที่หาง่าย มีหลากหลายสายพันธุ์
หากินได้ง่ายไม่ว่าจะเป็นฤดูไหน ที่สำคัญคือราคาไม่แพง
กล้วยยังเป็นผลไม้ที่อุดมด้วยสารอาหารที่ดีต่อร่างกายหลายชนิด ทั้งวิตามินเอ วิตามินบี
วิตามินซี และที่สำคัญมีแร่ธาตุโพแทสเซียม ที่ช่วยปรับสมดุลแร่ธาตุในร่างกาย
จากการศึกษาพบว่ากล้วยช่วยลดความเครียดและทำให้เกิดความสุขได้อีกด้วย
3. ขิง
ขิง หลายๆ คนอาจจะไม่ชอบรสชาติ แต่จัดว่าเป็นสมุนไพรแบบไทย ๆ
ที่มีประโยชน์อย่างยิ่ง สามารถนำมาปรุงอาหารได้ทั้งคาวและหวาน หรือเครื่องดื่ม
ขิงจะช่วยให้ผ่อนคลาย เลือดลมไหลเวียนได้ดี
4. ผักใบเขียว
ขึ้นชื่อว่า ผัก ก็รู้ทันทีว่าต้องมีประโยชน์แน่ๆ ไม่ว่าจะเป็น ผักโขม ผักคะน้า ตำลึง
ผักใบเขียว นอกจากจะมีใยอาหารสูง ช่วยให้ขับถ่ายของเสียออกมาได้ดีแล้ว
ยังมีสารคลอโรฟิลล์ที่เปรียบเสมือนตัวล้างพิษทำให้ร่างกายสามารถรับออกซิเจนได้มาก
ขึ้น อาการปวดก็จะลดลง
5. ธัญพืชธรรมชาติไม่ขัดสี
ธัญพืชธรรมชาติไม่ขัดสี จำพวก ข้าวกล้อง ข้าวโอ๊ต ลูกเดือย ถั่วแดง งา
อาหารในกลุ่มนี้จะมีวิตามินในกลุ่มวิตามินบีสูง
ซึ่งเป็นตัวช่วยในสารสื่อประสาทของร่างกายให้ทำงานได้ดีช่วยลดอาการปวดหัวได้อีกด้วย
6. ข้าวโพด
ข้าวโพด เป็นพืชที่มีประโยชน์มากกว่าที่หลายๆ คนคาดคิด เนื่องจากข้าวโพด
มีวิตามินบี 3 หรือไนอะซินสูง มีส่วนช่วยให้การไหลเวียนเลือดไปสู่สมองได้ดีขึ้น
และลดความตึงเครียดของกล้ามเนื้อได้…

Read More

กินอย่างไรให้ไม่อ้วน รวมเคล็ดลับการรับประทานอย่างถูกต้อง

รู้กันอยู่แล้วว่าการกินคือปัจจัยสำคัญให้คนเราอ้วนขึ้นมา
แต่อันที่จริงถ้าเลือกทานอาหารอย่างถูกต้องแล้ว
ความอ้วนก็จะเป็นสิ่งที่อยู่ห่างไกล ไม่มีอะไรให้ต้องกังวลเลย

ก่อนอื่นเราต้องมาเรียนรู้ก่อนว่าการที่เราจะลดความอ้วนนั้น
การอดอาหารเป็นสิ่งที่ผิด ที่ถูกต้องที่สุดก็คือการรับประทานอาหารตามปกติ
แต่ต้องควบคุมให้มันถูกต้องต่างหาก
นี่คือสิ่งที่ควรทำควบคู่ไปกับการออกกำลังกาย
ทุกอย่างไม่จำเป็นจะต้องหักโหมเลย เพียงแค่ทำให้ถูกวิธี
แล้วรูปร่างของเราก็จะเป็นไปในแบบที่เราอยากให้เป็นเอง

อาหารที่ควรหลีกเลี่ยงก็คือแป้งกับน้ำตาล
จริงอยู่ที่ว่ามันเป็นอาหารที่ทำให้ร่างกายเราได้รับพลังงาน
แต่เชื่อเถอะว่าทุกวันนี้หลายคนได้รับพลังงานเกินกว่าความจำเป็นต่อวัน
นั่นทำให้ร่างกายเราเก็บเอาพลังงานไปสะสมเป็นไขมันในระยะยาว
ดังนั้นถ้าเป็นไปได้ก็ควรที่จะทานอาหารอย่างเช่นข้าวขาว, ขนมปังขาว
หรือว่าน้ำตาลทราย ให้น้อยลง

การรับประทานอาหารนั้นเราสามารถที่จะแบ่งออกเป็นมื้อย่อยๆ 5 มื้อต่อวันก็ได้
เพื่อให้ร่างกายได้รับพลังงานอย่างสม่ำเสมอ แต่ให้แน่ใจด้วยว่ามื้อย่อยๆ
นั้นคืออาหารในปริมาณที่น้อยกว่าการรับประทานมื้อปกติ
โดยมื้อที่ควรต้องให้ความสำคัญมากที่สุดก็คือมื้อเช้าและมื้อเย็น
ควรเลือกให้ร่างกายได้รับสารอาหารครบหมู่
เพื่อให้ร่างกายพร้อมที่จะเผชิญกับการใช้ชีวิตประจำวัน

การดื่มน้ำเปล่าบ่อยๆ ก็เป็นสิ่งที่ควรทำอย่างยิ่ง
เพราะว่าจะทำให้ร่างกายได้รับน้ำเพียงพอต่อวัน
ไม่ต้องกลัวว่าถ้าดื่มมากเกินไปแล้วจะเป็นอันตรายหรือว่าบวมน้ำ
เพราะร่างกายจะขับออกทางปัสสาวะอยู่แล้ว การดื่มน้ำบ่อยๆ จะทำให้เราสดชื่น
และทำให้ไม่ค่อยรู้สึกหิวในเวลาที่ไม่จำเป็นอีกด้วย

การรับประทานอาหารเคร่งครัดเช่นนี้
บางคนอาจจะกังวลว่าจะทำให้เราไม่ได้กลับไปสัมผัสกับของอร่อยๆ
ที่เราชื่นชอบกันอีกแล้ว แต่อันที่จริงแล้วมันก็ไม่ได้สลักสำคัญอะไรขนาดนั้น
ในสัปดาห์หนึ่งเราสามารถเลือกทานอาหารที่ชื่นชอบสักมื้อสองมื้อก็ได้ไม่เป็นไร
ถือเป็นการให้รางวัลกับชีวิตบ้าง หลังจากที่ควบคุมอาหารการกินมาโดยตลอด
ถือเป็นความสุขเล็กๆ น้อยๆ จากการกิน
ซึ่งมนุษย์ทุกคนก็สมควรได้รับกันบ้างอยู่แล้วในชีวิต

นี่ก็คือเคล็ดลับดีๆ สำหรับการรับประทานอาหารอย่างถูกต้อง
เชื่อว่ามันจะมีประโยชน์อย่างมากสำหรับใครก็ตามที่เริ่มกังวลเรื่องความอ้วน
ลองปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์กันดูสักเล็กน้อย แล้วในระยะยาว
รูปร่างของเราก็จะดีขึ้นมาเอง…

Read More

เก็บตกเทรนแฟชั่นจากเวทีระดับโลก

แฟชั่นวีคที่ทรงอิทธิพลของโลก ไม่ว่าจะเป็น New York Fashion Week
เมืองนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา, Milan Fashion Week เมืองมิลาน อิตาลี และล่าสุดกับ
Paris Fashion Week เมืองปารีส ฝรั่งเศสและตามธรรมเนียมแล้วรันเวย์ระดับโลกแบบนี้
มักจะเป็นผู้นำเทรนแฟชั่นที่สาว ๆ ทั่วทั้งโลกจับตามองงานนี้คงต้องเตรียมลิสต์แฟชั่นที่น่าติดตาม
รวมถึงเทรนด์แต่งหน้าที่ช่วยให้เราทำตามได้แบบไม่เอาท์เอาไปปรับใช้ซะแล้ว
เริ่มด้วย “เทรนด์ผมสั้นประบ่า” หนึ่งในเทรนด์ที่มาแรงและอยู่นานมาก
เพราะไม่ต้องดูแลอะไรมาก แค่ทำความสะอาดผม
และรักษาสุขภาพผมก็ถือว่ามีบุคลิกดีขึ้นได้ ถ้าสาวคนไหนเป็นคนใบหน้าสั้น
การตัดผมให้ความยาวประมาณบ่าจะยิ่งช่วยยืดลำคอให้ดูยาวขึ้นได้ดีทีเดียว
และทรงนี้ก็สามารถรังสรรค์ไปทรงอื่นได้อีกมากมายหรือจะปล่อยผมก็ดูไม่รกรุงรัง เป่าแห้งไว
เหมาะกับสาวที่เข้าฟิตเนสแล้วต้องเป่าผม เซ็ตผมแบบง่ายทรงประบ่านี่เหมาะมากเลยทีเดียว
เลือกใช้อายแวโดว์ “บนสีล่างสี” เทรนด์นี้สาว ๆ หลายคนอาจใช้เป็นประจำอยู่แล้ว
เพราะการทาสีเปลือกตาคนละสีเป็นเทคนิคการสร้างความชิคให้กับใบหน้าเรา
เพียงแค่จับคู่สีมา 2 สี แล้วเลือกสีอายแชโดว์ที่เข้มกว่า ทาเปลือกตาบนและสีที่อ่อนมาจับเป็นลูกเล่นทาใต้ตาล่าง
โดยเทคนิคการเลือกคู่สีให้เลือกใช้ตามอายแชโดว์ที่เป็นตลับดูโอ้ที่จับสีให้เราเรียบร้อยแล้ว หรือหากเป็นสีเดี่ยวๆ หรือเป็นพาเลตต์
ให้จับคู่สีแบบสีไม้ตอนเด็กที่มีสองด้าน นั่นแหละคือการจับคู่สีที่เวิร์คมากจริงๆ
ผ่านการเลือกสีตามาแล้ว สิ่งที่เห็นในเทรนด์แฟชั่นระดับโลกคือการเลือกใช้ลิปสติกแบบ “ปากแดงอมส้ม”
การเลือกใช้สีแดงอมส้ม จะช่วยขับให้ผิวของสาวเอเชียโดดเด่นและบางคนอาจจะยังเขินที่จะวาดสีแดงลงบนเรียวปาก
แม้ว่าความเป็นแดงจัดก็ยังอินอยู่แต่ความเจือสีส้มก็ช่วยให้สาวขี้เขินกว่าใช้ลิปสีสด ๆ บ้าง
หลีกหนีความจำเจอย่างสีชมพู ขอเชียร์ให้สาว ๆลองทาลิปที่ให้สีแดงอมส้มสักครั้ง แล้วจะเริ่มมีสีคล้าย ๆ กันโดยไม่รู้ตัว
เพราะสีแบบนี้จะยิ่งเสริมให้เรามีบุคลิกที่มั่นใจมากขึ้น มีสไตล์ และหรูหราได้ไอเดียการเลือกสีตา และปากไปแล้ว เทรนที่มาแรงอีกอย่างคือ
“ปัดแก้มส้ม” การใช้วิธีการปัดแก้มโทนส้มก็ถือเป็นคีย์เมคอัพแบบไม่ตั้งใจแต่งแต่บังเอิญได้แก้มสุขภาพเลือดฝาด
ซึ่งเทคนิคการปัดสาว ๆ จะต้องเกลี่ยให้สีมาอยู่ช่วงหน้าแก้มให้มากขึ้นเป็นการสร้างผิวที่น่าเอ็นดู หน้าเด็กลง
สุดท้ายเพื่อคอมพรีทลุคสุดสวย รันเวย์ใหญ่ ๆ เลือกให้นางแบบ“กรีดเส้นไลเนอร์บางแต่เฉียบ”
ราวกับว่าเทรนด์ในแฟชั่นวีคปีนี้จะเปลี่ยนจากการกรีดตาหนาปังเป็นบางเฉียบแทน
ไม่ว่าจะเป็นนางแบบสาวหมวยหรือหน้าฝรั่งเบอร์ไหนก็นำเทรนด์นี้มาใช้แต่แท้จริงความบางจะขึ้นอยู่กับรูปตาของสาว ๆ ด้วย
ถ้าเป็นสาวหมวยสามารถกรีดหนาเพิ่มขึ้นเล็กน้อยแล้วตวัดหางให้เชิดขึ้นเพื่อเวลาลืมตาจะเห็นความคมของหางตาเพิ่มขึ้น
ช่วยเสริมให้ดวงตาโตขึ้นได้ หรือหากสาวคนไหนหางตาตกก็เลือกวิธีการกรีดไลเนอร์บาง แต่หางก็ตวัดขึ้นเช่นกัน…

Read More

การเคารพสิทธิของผู้อื่นคือค่านิยมในสังคมไทย

อย่างแรกคือเวลาที่คนไทยขับรถเมื่อไรก็ตามที่อยู่หลังพวงมาลัยแม้แต่น้ำเสียงเล็กๆน้อยๆที่มีให้กันก็ดูกลายเป็นของหายาก
และนั้นก็ทำให้ท้องถนนในเมืองไทยกลายเป็นหนึ่งในสถานที่อันตรายอันดับต้นๆของโลกไปเลย
อย่างที่สองคือเวลาที่นักฟุตบอลไทยลีกอยู่ในสนามผู้ตัดสินกลายเป็นเป้าหมายหลักของผู้เล่นจะใช้พฤติกรรมก้าวร้าวใส่และความเคารพที่มีต่อกันก็ถูกโยนทิ้งใปนอกหน้าต่าง
โอเคแม้ว่าสองเรื่องนี้จะไม่เหมือนกันซะทีเดียวเพราะเวลานักบอลตะโกนใส่กรรมการมันก็ไม่น่าจะมีใครตาย
แม้ว่าผู้ตัดสินบางคนอาจจะมีความรู้สึกกลัวตัวตายกันบางถ้าเกิดต้องเจอแฟนบอลไล่ล่าตัวหลังจบเกมฟุตบอลเป็นกีฬาที่มีอารมณ์
ร่วมสูงเราจึงเข้าใจได้ว่าทำไมนักฟุตบอลที่ไทยบางทีถึงน็อตหลุดกับคำตัดสินที่ส่วนใหญ่ต่ำกว่ามาตราฐาน
โชคร้ายมันอยู่ตรงที่ว่าบางทีมาตรฐานของการตัดสินมันก็ไม่ใช่ประเด็นเสมอไป
เพราะดูเหมือนว่าตอนนี้ผู้เล่นจะเริ่มมีนิสัยประท้วงทุกๆคำตัดสินและก้พากันมาตามตอแยสิงห์เชิ๊ตดำด้วยอารมร์ที่คุกรุ่นบางทีม
หรือผุ้เล่นสโมสรดูแย่ไปกว่านั้นตอนที่กรูกันไปประท้วงกรรมการด้วยอารมณ์โกรธใครมาเกรี้ยวกราดเวลาเสียผลประโยชน์ทั้งเวลาเสียจุดโทษหรือได้ใบเหลืองและใบแดง
พฤติกรรมแย่ๆแบบนี้กำลังจะกลายเป็นความเคยชินและดูเหมือนว่าจะไม่ค่อยมีใครพูดถึงปัญหานี้กันสักเท่าไหร่บ่อยครั้ง
ที่สิงห์เชิ๊ตดำก็ดูไม่อยากจะให้ใบเหลืองกับผู้เล่นที่เถียงผู้ตัดสินจนเกินพอดีแต่ถ้าไม่ทำแบบนั้นมันก็จะเป็นการสร้างความไม่พอใจให้กับผู้เล่นที่โดนจดชื่อด้วยข้อหาที่เบากว่านั้น
ทางออกสำหรับปัญหาคือผู้ตัดสินต้องหนักแน่นมากกว่านี้และสมฒสรก็ต้องพยายามลดพฤติกรรมแบบนี้ออกไปจากผู้เล่นในสังกัดของเขา
ฟุตบอลไทยในตอนนี้ยังมีโอกาสของเปลี่ยนพฤติกรรมของผุ้เล่นก่อนที่มันจะสายเกินไปมีหลายเกมมากเกิดไป
ที่การขาดวินัยส่งผลกับเกมโดยตรง ความเต็มใจที่จะร่วมกันเปลี่ยนแปลงทั้งจากสโมสร ผู้เล่น และกรรมการคือสิ่งจำเป็นเพื่อหยุดไม่ให้ปัญหาให้แย่ไปกว่านี้…

Read More

มะเขือพวง ลูกเล็ก ประโยชน์เพียบ

มะเขือพวง หรือ มะเขือละคร, มะแว้งช้าง, มะแคว้งกุลา,หมากแข้ง หรือ ลูกแว้ง ชื่อเรียกตามท้องถิ่นต่างๆ ทั่วไทย
คือพืชที่ขึ้นได้ทั่วไปในเขตร้อน โดยมีต้นกำเนิดในแอนทิลลีสตั้งแต่รัฐฟลอริดา หมู่เกาะเวสต์ อินดีส์ เม็กซิโก
ไปจนถึงอเมริกากลาง และทวีปอเมริกาใต้ด้วยความที่มีถิ่นกำเนิดในเขตร้อน ทำให้ มะเขือพวง
เป็นพืชที่ทนต่อโรคพืชต่างๆ ได้เป็นอย่างดีการเพาะปลูกจึงไม่จำเป็นต้องใช้ยาฆ่าแมลงแต่อย่างใด
จึงค่อนข้างมั่นใจได้ว่าการรับประทานมะเขือพวงจะได้ประโยชน์และปลอดสารพิษอย่างแน่นอน
โดยในประเทศไทย รู้จักมะเขือพวงมานานนิยมนำผลมาใช้ประกอบอาหารหลากหลายเมนู อาทิเช่น แกงป่า
แกงคั่วปลาไหล แกงอ่อมปลาดุก แกงเขียวหวาน แกงเนื้อ
น้ำพริกกะปิ น้ำพริกแมงดา น้ำพริกกุ้งสด น้ำพริกไข่เค็มปลาร้าทรงเครื่อง และ ผัดเผ็ด เป็นต้น
ซึ่งนอกจากการเป็นผักที่ช่วยให้หลากหลายเมนูเพิ่มความอร่อยเป็นเท่าตัวแล้ว มะเขือพวง ยังมีคุณประโยชน์อีกมากมาย
ทว่าการที่มันมีสารโซลานีนทำให้ผู้ที่เป็นโรคไขข้อควรหลีกเลี่ยงการรับประทาน
เพราะสารนี้จะทำให้เกิดความไม่สมดุลของแคลเซียมในร่างกายแต่ข้อดีคือ มะเขือพวง
ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยเบาหวานได้มีฤทธิ์ช่วยลดอนุมูลอิสระ
มีเส้นใยที่ช่วยดูดซับไขมันส่วนเกินได้ดีเยี่ยม นั่นทำให้ มะเขือพวงเป็นพืชที่สามารถรักษาโรคร้ายได้อย่างชะงัด โดยเฉพาะ
โรคกระเพาะ ที่ มะเขือพวงมีฤทธิ์ต้านการเกิดแผลในกระเพาะอาหารที่เกิดจากการใช้ยา
แอลกอฮอล์ และความเครียด นั่นจึงทำให้ มะเขือพวงสามารถช่วยรักษาแผลในกระเพาะอาหารให้หายไปเองได้โดยไม่ต้องพึ่งยา
โรคเบาหวาน เนื่องจาก มะเขือพวง มีสารเพกตินอยู่เยอะสามารถช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในผู้ป่วยโรคเบาหวานได้
โดยสารนี้จะมีหน้าที่ช่วยเคลือบผิวในลำไส้ทำให้อาหารเคลื่อนตัวผ่านลำไส้ได้ช้า
จึงช่วยดูดซึมแป้งและน้ำตาลที่ย่อยแล้วได้ช้าลงทำให้ระดับของน้ำตาลในเลือดคงที่
โรคไขมันอุดตันในเส้นเลือด การที่ มะเขือพวงมีกลุ่มสารทอร์โวไซด์
ซึ่งช่วยลดระดับโคเลสเตอรอลในกระแสเลือดได้รวมทั้งยับยั้งการดูดซึมกลับของโคเลสเตอรอลในลำไส้ด้วย
จึงอาจช่วยป้องกันโรคไขมันอุดตันในเส้นเลือดได้อีกทางหนึ่ง
ปิดท้ายที่โรคขาดสารอาหาร การที่ มะเขือพวงมีสารจำพวกไฟโตนิวเทียนท์
ที่จะช่วยให้ผู้ที่เป็นโรคขาดสารอาหาร กลับมาเป็นปกติและร่างกายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
มันจึงเป็นพืชที่ช่วยให้เจริญอาหารได้เป็นอย่างดีนอกจากนี้ มะเขือพวง ยังมีคุณประโยชน์อีกมากมาย
ไม่ว่าจะเป็น รักษาความดันป้องกันความเสื่อมของเซลส์ในร่างกาย แก้อาการภูมิแพ้ บำรุงไต
และต้านการอักเสบได้ แม้จะมีรสชาติที่ไม่ถูกปากนักแต่รับรองใครที่ไม่แข็งแรง หากได้ทานเป็นประจำอาการดีขึ้นทันควันแน่นอน…

Read More

เคล็ดลับ 1 เดือน สร้างกล้ามเนื้อให้แข็งแกร่ง

หากคุณอยู่ระหว่างออกกำลังกายเพื่อหวังที่จะสร้างกล้ามเนื้อแต่อาจรู้สึกว่าไม่ว่าจะลองทำวิธีไหนก็ได้ผลลัพธ์ไม่ดีเท่าที่ควร
กล้ามไม่ใหญ่ขึ้นตามที่ตั้งใจไว้ วันนี้เรามีเคล็ดลับดี ๆที่สามารถเสริมความแข็งแรงให้กล้ามเนื้อมาฝากกัน
บริหารร่างกายโดยเน้นท่าที่ใช้แรงมากๆ
หากต้องการเสริมความแข็งแกร่งให้กล้ามเนื้อ ควรออกกำลังด้วยท่า Compound Lift
เพราะเป็นท่าบริหารที่ใช้กล้ามเนื้อหลายส่วนพร้อมกัน เช่น Squat, Deadlift, Bench
Press, Military Press, Row และ Pull up
นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มระดับฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนที่ร่างกายใช้ในการกระตุ้นการเจริญเติบโตของกล้ามเนื้ออีกด้วย
ไม่ต้องเพิ่มจำนวนครั้งแต่เน้นเพิ่มจำนวนเซต จำนวนเซตที่มากขึ้นจะทำให้คุณใช้พลังงานมากกว่าการเพิ่มจำนวนครั้ง
ขณะเดียวกันก็มีผลการศึกษาที่ปรากฏในวารสารของ Journal of Strength and
Conditioning Research รายงานว่าการออกกำลังกายแบบไม่จำกัดจำนวนครั้งต่อเซตจำนวน 2 เซต
จะช่วยกระตุ้นกล้ามเนื้อให้ตื่นตัวและเพิ่มฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนให้กับกล้ามเนื้อได้เป็นอย่างดี
เพิ่มน้ำหนัก = เพิ่มพลัง
การเพิ่มน้ำหนักใส่เวททุกครั้งที่ยก คือ วิธีที่จะเพิ่มความแข็งแรงให้กล้ามเนื้อแบบง่าย ๆ
ซึ่งเมื่อบวกกับการกินอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายในปริมาณที่เพียงพอ
ก็จะช่วยเสริมพลังงานให้กล้ามเนื้อส่วนต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ควรกินอาหารที่พลังงานพอดีกับการสร้างกล้ามเนื้อควรกินอาหารวันละ 5-6 มื้อ
เพื่อให้มีพลังงานมากกว่าอัตราการเผาผลาญพลังงานขณะพัก 500 แคลอรีขึ้นไป
จึงจะเพียงพอต่อการสร้างและรักษากล้ามเนื้อตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกายกินโปรตีน 1.5 เท่าของน้ำหนักตัว
โปรตีนเป็นสิ่งที่จำเป็นในการสร้างกล้ามเนื้อเป็นอย่างยิ่ง ดังนั้น
ถ้าอยากได้ผลลัพธ์ที่ดีควรกินโปรตีนให้มากเข้าไว้
ซึ่งแหล่งอาหารที่มีโปรตีนมากที่สุดคือ ปลา เนื้อ ไข่ ถั่ว และอาหารที่ทำจากแป้งโปรตีนเป็นต้น
กินคาร์โบไฮเดรตชนิดดีและผัก
อาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตไม่ดี เช่น ข้าวขาว เค้ก และขนมปังขาวอาจทำให้เกิดโรคอ้วนและโรคเรื้อรังต่าง ๆ ได้
ซึ่งควรเปลี่ยนมากินอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตชนิดดีอย่าง มันฝรั่ง ผลไม้ เมล็ดควินัว
และขนมปังโฮลเกรน ซึ่งจะช่วยเพิ่มพลังงานและแร่ธาตุต่าง ๆ ให้กับร่างกายในการนำไปสร้างกล้ามเนื้อ
ขณะที่การกินผักจะช่วยเพิ่มวิตามินและสารอาหารที่ร่างกายต้องการโดยปราศจากไขมันส่วนเกิน
ทำคาร์ดิโอแอโรบิกทุกสัปดาห์
การฝึกแบบคาร์ดิโอแอโรบิกจะช่วยสร้างความแข็งแกร่งให้กล้ามเนื้อได้อย่างรวดเร็ว
คุณจะสามารถออกกำลังกายได้หนักขึ้นเรื่อย ๆ และฟื้นฟูกล้ามเนื้อได้รวดเร็วขึ้น
ทั้งนี้การวิ่งจ๊อกกิ้ง ไม่เพียงแต่จะกระตุ้นระบบไหลเวียนเลือดแต่ยังช่วยให้ลดน้ำหนักได้ด้วยเช่นกัน
นอนหลับอย่างน้อยวันละ 8 ชั่วโมง
ช่วงที่คุณนอนหลับนั้น เป็นเวลาที่ดีที่สุดที่โกรทฮอร์โมนจะถูกผลิตออกมาจำนวนมาก
ขณะที่การอดนอนหรือนอนน้อยจะขัดขวางการสร้างฮอร์โมนชนิดนี้รวมถึงการซ่อมแซมกล้ามเนื้ออีกด้วย…

Read More

“ใบบัวบก” สรรพคุณที่มีดีมากกว่า “แก้ช้ำใน”

หลาย ๆ คนคงได้ยินผู้ใหญ่พูดมาว่า “เวลาช้ำในให้ดื่มน้ำใบบัวบก”
แต่รู้หรือไม่ว่านอกจากใบบัวบกจะช่วยแก้อาการช้ำในได้แล้ว ก็ยังมีสรรพคุณดี ๆ
ซ่อนอยู่อีกมากมาย ที่ไม่รอให้ช้ำในถึงจะทานได้ ว่าแต่จะมีอะไรบ้างตามมาดูกัน
ประโยชน์ของ “ใบบัวบก”
1. ลดอาการอักเสบและแก้ช้ำใน
2. เสริมสร้าง และช่วยกระตุ้นอิลาสติน และคอลาเจน ช่วยให้ผิวสวยงาม
3. บำรุงระบบประสาทและสมอง ลดอัตราการเกิดโรคอัลไซเมอร์ หรือสมองเสื่อม
และช่วยเพิ่มความสามารถในการจำ
4. ในใบบัวบกจะมีวิตามินเอสูง ซึ่งจะช่วยในการบำรุงและรักษาสายตาได้เป็นอย่างดี
5. แก้อาการวิงเวียนศีรษะ และบรรเทาอาการปวดหัว
6. ช่วยคลายความกังวลและลดความตึงเครียด
7. ลดระดับน้ำตาลในเส้นเลือดได้เป็นอย่างดี
8. ช่วยรักษาโรคความดันโลหิตสูง

9. รักษาภาวะโลหิตจาง และช่วยบำรุงโลหิต
10. ช่วยบรรเทาอาการกระหายน้ำ เจ็บคอ และร้อนใน
สำหรับวิธีการทำน้ำใบบัวบกดื่มก็ง่ายแสนง่าย สามารถทำได้ที่บ้าน
เพียงแค่นำใบบัวบกทั้งต้นมาล้างน้ำให้สะอาด จากนั้นก็หั่นต้นและใบบัวบกออกเป็น 2
หรือ 3 ท่อน แล้วนำใบบัวบกมาปั่นรวมกับน้ำเปล่า โดยใส่น้ำเปล่าให้ท่วมใบบัวบก
เมื่อปั่นเสร็จแล้วก็น้ำมากรองนำกากออก เป็นอันว่าเสร็จ
โดยสามารถนำน้ำผึ้งมาปรุงรสได้เล็กน้อย เพื่อเพิ่มความอร่อยและลดความขม
โดยกระทรวงสาธารณะสุขแนะนำให้ดื่มหลังอาหารวันละ 3 ครั้ง ครั้งละ 120 – 200
มิลลิตร…

Read More

ชะอม สรรพคุณดีตำลึง ผักริมรั้ว ยั่วน้ำลายไหล

ชะอม เป็นไม้พุ่มขนาดย่อมเป็นพืชที่ตลอดทั้งลำต้นและกิ่งมีหนามแหลม
มีใบเป็นใบประกอบเล็กๆ ลักษณะเหมือนใบกระถินมีกลิ่นฉุนทุกส่วนของต้น
ปลายใบเล็กแหลมสามารถหุบลงได้ในตอนเย็นเมื่อแดดออกจะมีการกางใบออกเพื่อรับแสงแดด
ใบอ่อนนิยมนำมารับประทานดอกชะอมจะออกตามซอกใบมีสีขาวหรือเหลืองนวล
ปลูกขึ้นได้โดยวิธีปักชำ ตอนกิ่ง ทนทานกับสภาพแวดล้อมได้ดี
เป็นพืชที่มีถิ่นกำเนิดแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเอเชียใต้
ซึ่งตามบรบทของสังคมไทย ชะอมจัดเป็นพืชสวนครัวที่สามารถปลูกเป็นแนวกั้น
มียอดอ่อนให้ตัดกินได้ทุกฤดูกาล เป็นรั้วธรรมชาติที่กินได้และยังเป็นพืชปลอดสารพิษที่หากินได้ง่าย ราคาไม่แพง
ถึงแม้จะมีกลิ่นค่อนข้างแรง แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาเพราะมีคุณค่าทางอาหารสูง
นอกจากนี้ ชะอมยังเอามาประกอบเมนูอาหารได้อย่างหลากหลาย อร่อย
แถมยังมีสรรพคุณทางยาอีกด้วย เพราะใน ใบชะอม 100 กรัม
ประกอบด้วย พลังงาน 57 กิโลแคลอรี่, เส้นใยอาหาร 5.7 กรัม,
ฟอสฟอรัส 80 กรัม, แคลเซียม 58 กรัม, ธาตุเหล็ก 4.1 มิลลิกรัม,
วิตามินเอ 10066 IU (หน่วยสากล), วิตามินบี1 0.05 มิลลิกรัม,
วิตามินบี2 0.25 มิลลิกรัม, วิตามินบี 31.5 มิลลิกรัม และ วิตามินบี58 มิลลิกรัม
นั่นทำให้ ชะอม มีสรรพคุณในการบำรุงสายตาเพราะชะอมอุดมไปด้วยวิตามินเอ
ช่วยต่อสู้กับอนุมูลอิสระในร่างกายได้เป็นอย่างดี
แถมยังมีใยอาหารสูง จึงช่วยระบายท้อง แก้อาการท้องผูกทำให้ระบบขับถ่ายดีขึ้น
ขณะเดียวกัน ชะอม ยังลดความร้อนในร่างกายด้วยการนำยอดอ่อนมารับประทาน
ส่วนนี้เป็นส่วนที่นิยมรับประทานกันมากที่สุด
และยังช่วยขับลมในกระเพาะอาหาร ช่วยลดลมในกระเพาะทำให้คลายจากอาการท้องอืดท้องเฟ้อได้
เท่านั้นไม่พอ ชะอม ยังบำรุงเส้นเอ็นป้องกันไม่ให้เส้นเอ็นเสื่อมได้ง่ายๆ
และยังช่วยให้เส้นเอ็นแข็งแรงอีกด้วย พร้อมทั้ง แคลเซียมสูง
เป็นผลดีกับผู้หญิงวัยทองที่กำลังจะเข้าสู่ภาวะกระดูกพรุน
เพราะอุดมไปด้วยแคลเซียมที่เป็นผลดีกับกระดูกและฟัน
อีกทั้ง ชะอม ยังช่วยรักษาการอักเสบ เช่น อาการอักเสบที่ลิ้น
และลดอาการผื่นแดง มีฟอสฟอรัสสูง ช่วยให้วิตามินต่างๆ
ทำหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพเต็มที่ และอุดมไปด้วยธาตุเหล็กช่วยในการบำรุงเลือด
ช่วยให้ระบบการหมุนเวียนไปหล่อเลี้ยงร่างกายได้ดีขึ้น
อย่างไรก็ตาม ใช่ว่าใครก็ได้จะบริโภคชะอม
โดยเฉพาะผู้ที่ให้นมบุตร จะทำให้น้ำนมลดน้อยจนถึงแห้ง
เช่นเดียวกับคนที่เป็นเกาต์ จะยิ่งปวดกระดูกเพิ่มขึ้น
เพราะมีสารพิวลีนสูง เมื่อเป็นกรดยูลิกจะทำให้โรคเกาต์แย่ลงนั่นเอง…

Read More