10 วิธีปกป้องผิวจากแสงแดด

แนวทางในการปกป้องผิวของคุณ ถ้าคุณจริงจังกับปัญหาเรื่องริ้วรอย และกลัวจะแก่ก่อนวัย
อย่าเสี่ยงด้วยการปล่อยให้มันเกิดขึ้นก่อน แล้วมารักษาเอาทีหลัง มันไม่คุ้มเลย
1.รังสี UV ที่สะท้อนจากพื้นผิวทราย, น้ำ, ทางเดินเท้า, ผนังซีเมนต์และหิมะ
จะมีปริมาณที่มากกว่าการได้รับจากแสงแดดโดยตรงถึง 2 เท่า
2. ให้หลีกเลี่ยงแสงแดดในช่วงเวลา 10 โมงเช้าถึงตอน 15.00 น.
เพราะเป็นช่วงที่แดดจัดที่สุด
3. ให้ทาครีมกันแดดอย่างน้อยที่สุดควร SPF 15 ขึ้นไป
ถึงจะเป็นวันที่มีเมฆครึ้มก็ตาม
4. ถึงจะทาครีมกันแดดป้องกันไว้อย่างดีแล้ว ก็ควรจะใส่เสื้อคลุมทับไว้ให้มิดชิด
(เสื้อเชิร์ทโดยทั่วไปจะให้ค่า SPF ได้ในช่วง 5 – 8)
5. ควรทาครีมกันแดดก่อนออกจากบ้านอย่างน้อย 15 นาทีและทาซ้ำบ่อยๆ
(ถ้าต้องการเห็นผล) โดยเฉพาะตอนออกกำลังกาย ว่ายน้ำ หรือทำงานกลางแดดจัด
6. ใช้แว่นกันแดดที่ป้องกันได้ทั้งรังสี UVA และ UVB
และต้องกรองรังสีได้อย่างน้อย 80% ขึ้นไป
7. การทาครีมกันแดดเป็นเพียงส่วนหนึ่งในการดูแลผิวเราเท่านั้น
คุณควรจะต้องใช้ทั้งหมวก ร่มกันแดด แว่นกันแดด และใส่เสื้อผ้าสวมให้มิดชิด   แค่นี้ยังไม่พอ…
ควรจะหลบแแดดได้ก็ยิ่งดี
8. อย่าลืมทาครีมกันแดดที่ใบหูและคอด้วย —
ไม่ใช่เน้นเฉพาะใบหน้าเพียงอย่างเดียว และริมฝีปากก็ต้องทาลิบบาล์ม (Lip balm) ที่มี SPF
ด้วย
9. การอยู่ในร่มไม่ใช่ว่าคุณจะปลอดภัย 100%
ถึงแม้แสงแดดจะไม่ถูกต้องตัวคุณ แต่รังสี UV ก็สามารถสะท้อนเข้ามาในร่มได้
เพราะฉะนั้นการทาครีมกันแดดป้องกันไว้จะปลอดภัยที่สุด แม้คุณจะทำงานในตึกก็ตาม
10. ในเด็กเล็กตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไป ก็ควรเริ่มทาครีมกันแดดป้องกันไว้จะดีที่สุด…

Read More

8 ข้อควรรู้ ก่อนตัดสินใจทำ “ศัลยกรรม”

ยุคนี้การศัลยกรรมถือเป็นเรื่องธรรมดาทั่วไปแล้ว เนื่องจากใคร ๆ
ก็สามารถเข้าถึงการศัลยกรรมกันได้
แต่ขอเตือนไว้ก่อนเลยว่าควรจะศึกษาหาข้อมูลให้ดีก่อนที่จะตัดสินใจทำ
เพราะความปลอดภัยของตัวเราควรเป็นเรื่องแรกที่ต้องคิดถึง
เราจึงได้รวบรวมข้อควรรู้ก่อนศัลยกรรมมาฝากกัน
ลองมาดูกันดีกว่าว่าจะมีอะไรบ้าง
1. อย่าเชื่อคนง่ายและอย่าหลงไปกับสื่ออนไลน์
ควรศึกษาหาข้อมูลด้วยตนเองจากหลาย ๆ แหล่ง
แล้วนำมาเปรียบเทียบกันดูว่าอันไหนน่าเชื่อถูกกว่ากัน
2. เข้ารับการปรึกษาจากคลินิกหลาย ๆ แห่ง
เพื่อเป็นการตรวจเช็คไปด้วยว่า คลินิกนั้นๆ มีความสะอาด ปลอดภัย
และน่าเชื่อถือมากน้อยแค่ไหน

3. ความน่าเชื่อถือของแพทย์ อาจจะหาข้อมูลจากอินเตอร์เน็ต
อย่างเช่น ประวัติของแพทย์ สถาบันการศึกษา ใบอนุญาติ
หรือหน่วยงานที่ให้การรับรอง
4. ความรับผิดชอบของแพทย์ แพทย์ที่ดีควรให้คำแนะนำที่เหมาะสม
ควรให้ข้อมูลอย่างรอบด้าน มีความเป็นกันเอง เข้าถึงง่าย
และสามารถติดต่อสื่อสารกันได้สะดวก
5. แพทย์ที่ดีควรที่เน้นให้คำปรึกษาแก่คนไข้ มากกว่าที่เน้นการขาย
สถาบันควรเป็นสถาบันที่มีความน่าเชื่อถือ สามารถติดต่อได้สะดวก
และพร้อมที่จะช่วยแก้ปัญหา หากเกิดข้อผิดพลาด
6. มีเวลาพักผ่อน หลังจากที่ทำศัลยกรรมมาแล้ว
ต้องหยุดพักรักษาสักระยะหนึ่ง เพื่อไม่ให้แผลได้รับความกระทบกระเทือน
7. เตรียมที่พักฟื้นให้เหมาะสม
เลือกที่ที่มีความสะดวกสบายต่อการใช้ชีวิตประจำวัน
เพราะเมื่อผ่าตัดมาจะทำให้เราทำอะไรไม่คล่องตัวเหมือนเดิม
อาจทำให้เกิดอุบัติเหตุที่ส่งผลกระทบต่อแผลได้
8. หลังจากที่ศึกษาหาข้อมูลมาอย่างถี่ถ้วนแล้ว
ควรเชื่อมั่นในข้อมูลของเรา และมีจุดประสงค์ที่ชัดเจน เช่น
จะเอาจมูกทรงนี้ หรือหน้าท้องแบนราบแบบนี้
เพื่อสร้างทัศนคติที่ดีและทำให้การพักฟื้นมีคุณภาพที่สุด…

Read More

การดูแลผิว

หากคุณต้องการที่ผลัดเซลล์ผิว ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยน เช่น สครับน้ำตาลทราย เป็นต้น
ส่วนผู้ที่มีปัญหาเรื่องสิว การใช้สารเคมีผลัดเซลล์ผิวที่อ่อนโยน อย่างเช่น กรดเบต้า-ไฮดรอกซี (BHA)
และกรดอัลฟ่า-ไฮดรอกซี (AHA) จะช่วยในการผลัดสิวเสี้ยน สิวที่อุดตันให้หลุดลอกออกได้ ส่วนผิวที่แห้งในวัยนี้
ถือว่าเป็นสิ่งที่ผิดปกติ   เนื่องจากในช่วงวัย 20
ระดับฮอร์โมนเพศจะสูงกว่าวัยอื่นและต่อมไขมันก็มีการตอบสนองต่อระดับฮอร์โมน ที่สูงมาก
ทำให้มีการผลิตไขมันที่ผิวสูง ซึ่งถือว่า เป็นภาวะปกติในวัยนี้   สภาพผิวที่แห้งในวัยนี้
จึงไม่ต้องเน้นการใช้มอยเจอร์ไรเซอร์บ่อยมากนัก ควรใช้ให้พอประมาณ สำหรับผู้ที่มีผิวมัน
คุณก็ไม่จำเป็นต้องใช้มอยเจอร์ไรเซอร์ แต่ถ้าเกิดมีผิวแห้งบ้างเป็นครั้งคราว
ควรเลือกใช้มอยเจอร์ไรเซอร์ที่ปราศจากน้ำมันและมีไขมันในปริมาณต่ำ   ในทางกลับกัน
ถ้าผิวของคุณผลิตน้ำมันออกมามากเกินไป คุณก็เลิกคิดที่จะใช้มอยเจอร์ไรเซอร์ในช่วงวัยนี้ได้เลย
และคุณอาจจะเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยลดความมันของผิวได้
และคุณควรหลีกเลี่ยงการขจัดน้ำมันที่ผลิตจากผิวมากเกินตามธรรมชาติ
ด้วยการหลีกเลี่ยงสบู่ที่มีฤทธิ์การชำระล้างที่รุนแรง  โทนเนอร์ที่มีส่วนประกอบของแอลกอฮอล์ และ
สารที่ก่อให้เกิดผิวแห้ง ช่วงวัย 20 ยังคงประสบปัญหาในเรื่องของสิว ซึ่งผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่เหมาะสม
ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ปราศจากน้ำมันหรือมีน้ำมันต่ำ และไม่ก่อให้เกิดสิวอุดตัน   ในกรณีที่ใช้แล้วยังคงเกิดสิว
ก็คงต้องจริงจังกับการรักษาสิวได้แล้ว
เคล็ดลับผิวนุ่มน่าถนอม
-ดื่มน้ำให้มาก ๆ ในแต่ละวันคุณควรดื่มน้ำให้ได้วันละ 6-8 แก้ว โดยให้ดื่มเรื่อย ๆ ตลอดทั้งวัน
น้ำที่ดื่มควรเป็นน้ำสะอาด
-ออกกำลังกาย การออกกำลังกายจะทำให้เกิดการขับเหงื่อ
และในขณะเดียวกันยังช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นของผิวหนังเอาไว้ได้จากการกระ ตุ้นต่อมผลิตไขมัน
การออกกำลังกายจึงช่วยรักษาสุขภาพผิวและคงความชุ่มชื้นของผิวหนัง นอกจากนี้
ยังช่วยให้การหมุนเวียนของเลือดเพิ่มขึ้นอีกด้วย
-ใช้ครีมบำรุงผิวเป็นประจำ หากเป็นผิวกายก็ควรจะต้องบำรุงอย่างต่อเนื่องจึงจะเรียบเนียนเห็นผลแบบ ผิวหน้า
โดยควรทาหลังอาบน้ำเช้าและก่อนนอน นี่คือวิธีที่จะช่วยรักษาความชุ่มชื้นให้แก่ผิวเป็นอย่างดี
-สครับผิวเพื่อเผยผิวใหม่ เป็นการขจัดเซลล์ที่ตายแล้วให้ออกไปจากผิวของเรา
โดยการใช้สครับที่เหมาะกับสภาพผิวอาจเลือกใช้สครับสำเร็จรูปแบบที่ขายทั่วไป อาจใช้ใยบวบขัดเบาๆ
ขณะอาบน้ำก็ได้ หรือจะใช้จากวัตถุดิบจากธรรมชาติ เช่น มะขามเปียก หรือมะนาวผสมกับเกลือทะเล…

Read More

สุขภาพ.ความงาม.วิธีการดูเเลดวงตาของคุณให้สวยใสตลอดเวลา

ดวงตาของเราต้องดูเเลให้ดีเพราะดวงตาเป็นอวัยวะที่สำคัญอย่างมาก
เพราะตานั้นเราต้องใช้ในการมองเห็นหาไม่มีดวงตาเราก็ใช้ชีวิตประจำวันลำบากอย่างมาก
เราต้องดูเเลให้ดีเพื่อให้ตาของเราไม่สั้นเเละไม่ยาวไม่เอียง
เเละมีหลายวิธีที่จะมารักษาดวงตาของเราให้เราได้ใช้งานตลอดไป
สิ่งเเรกที่เราต้องรักษาดวงตาของเราคือต้องกินผักกินผลไม้
เพื่อรักษาดวงตาของเราให้เเเข็งเเรงอยู่เสมอ เราต้อง
เน้นทางผักเเละผลไม้ บ้างหากไม่กินเลย อาจจะทำให้ไม่ครบโภชนาการ
เราต้องมีผักในเมนูที่เรากินอยู่เป็นประจำ หากไม่กินเลย
จะต้องมีผลกระทบในตอนเวลาที่เรามีอายุมากขึ้นอย่างเเน่นอน
ดังนั้นคนที่ต้องการรักษาดวงตานั้นต้องรับประทานผักเเละผลไม้ให้มาก
เพราะมันมีประโยชน์อย่างมาก
เรื่องต่อมาคือการหนีออกจากฝุ่นละอองที่จะมาเข้าตา
หากใครที่เป็นคนที่เดินทางบ่อย เเละไปเจอฝั่นละอองในทุกวัน
ควรหาเเว่นใส่ไว้เพราะจะช่วยให้ป้องกันในเรื่องของ
การที่ฝุ่นจะมาเข้าตา เรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญอย่างมาก
เราไปเจอฝุ่นละอองในทุกวันต้องเจอกับปัญหานี้อย่างเเน่นอน
เราต้องหลีกเลี่ยงในการเจอฝุ่นละออง
เเละหากทำให้ตาเราเเดงก็ต้องรีบไปรักษาทันทีเพื่อไม่ให้ลามไปถึงดวงตา
ของเรา หรือว่าหายาหยอดตามาใช้
เเบบว่าใช้บำรุงรักษาดวงตาของเราให้สดใสอยู่เสมอ
เเละเรื่องที่สำคัญที่เราไม่ควรทำอย่างมากเพื่อการถนอมดวงตาของเราคือ
การเล่นโทรศัพท์ตอนปิดไฟ มีคำเตือนมากมายว่า
การเล่นโทรศัพท์ตอนปิดไฟนั้นเป็นอันตรายอย่างมากต่อสายตา
ของเราเพราะเราจะไปจ้องจอโทรศัพท์ที่มันมีเเสงสว่างทำให้กระทบต่อการมองเห็นของเรา
ใครเป็นบ้างเวลามองจอเเล้วเกิดอาการเเสบตานั้นละคุณกำลังโดนเล่นงานเเล้ว
เเละไม่ควรที่จะจ้องโทรศัพท์เวลาปิดไฟเพราะจะทำให้เรามีอาการทางสายตาได้
มันเรื่องที่อันตรายอย่างมากอย่ามองข้ามเด็ดขาด
เรื่องสุดท้ายคือการเล่นเกม ทำให้สายตาเราสั้นได้
การเล่นเกมเป็นเวลานานโดยไม่พักนั้นจะทำให้เรามีอาการทางสายตาได้
หรือว่าเราใช้งานคอมพิวเตอร์หนักมากเกินไป
เราจะมีอาการปวดตาอย่างเห็นได้ชัด
หากใครที่เล่นเกมเป็นเวลานานติดต่อกันสี่ถึงห้าชั่วโมงเเเละเล่นในทุกๆวัน
นั้นละรอเลยสายตาของคุณอาจจะสั้นได้
เพราะได้ใช้งานเป็นเวลาที่นานอย่างมาก เราควรพักผ่อนสายตาบ้าง
เช่นการมองออกไปข้างนอก
หรือมองธรรมชาติที่มีสีเขียวเพื่อจะช่วยให้เป็นการถนอมดวงตาของคุณ
ที่สำคัญเลยคือไม่ควรที่จะเล่นเกมนานจนเกิดไปให้เล่นพอดีๆเพื่อจะไม่ทำ
ให้สายตาของคุณเสื่อมลง
รู้วิธีการถนอมสายตากันเเล้วก็ให้นำไปปฎิบัติกันให้ถูกวิธีเพื่อให้เราได้ใช้
สายตาของเราได้เป็นเวลานานๆ
เชื่อว่าเรานั้นไม่ต้องการที่จะใส่เเว่นอย่างเเน่นอน
หากไม่ต้องการใส่เเว่นเเล้วเราต้องดูเเลรักษาสายตาของเราให้ดีเพื่อที่จะ
มีสายตาที่เเข็งเเรงให้เราใช้ไปนานๆ…

Read More

โรคในผู้หญิงที่พบได้บ่อย

โรคในผู้หญิงที่พบได้บ่อยนั้นไม่ใช่เพียงแค่มะเร้งเต้านม หรือมะเร็งปากมดลูก แต่โรงอื่นๆก็ยังคร่าชีวิตของคุณผู้หญิงทั่วโลก
เพราะไลฟ์สไตล์ของแต่ละคนอาจจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรค
บทความนี้จึงจะมาแนะนำให้รู้จักกับโรคร้ายต่างๆที่ผู้หญิงควรระวังไว้

1.โรคหัวใจ และหลอดเลือด
เป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับหนึ่งของผู้หญิงทั่วโลก และจากสถิติพบว่า
อัตราการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดในผู้หญิงเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ ต่างกับผู้ชายที่ลดลง
ซึ่งอาจเป็นเพราะผู้หญิงเข้ารับการตรวจสุขภาพน้อยกว่าผู้ชาย
และการตรวจวินิจฉัยโรคหลอดเลือดหัวใจในผู้หญิงก็ให้ผลการตรวจได้ไม่ชัดเจน เท่ากับผู้ชาย

2.โรคหลอดเลือดสมอง คือโรคร้ายที่เป็นสาเหตุการตายอันดับ 1
โดยผู้หญิงมีปัจจัยเสี่ยงต่อการเป็นโรคหลอดเลือดสมอง มากกว่ามะเร็งเต้านมถึง 2 เท่า
แต่ผู้หญิงส่วนใหญ่ไม่รู้จักอาการของโรคนี้ และไม่เชื่อว่า โรคหลอดเลือดสมองเกิดขึ้นได้กับผู้หญิงทุกช่วงอายุ
สำหรับโรคหลอดเลือดสมองนั้น ประกอบไปด้วย 3 โรคหลัก ๆ คือ เส้นเลือดสมองตีบ เส้นเลือดสมองแตก
และเส้นเลือดสมองอุดตัน โดยจะพบผู้ป่วยเส้นเลือดสมองตีบมากที่สุด ทั้งนี้ ความเสี่ยงจะเพิ่มขึ้น
หากในครอบครัวมีประวัติเคยเป็นโรคหลอดเลือดสมอง ไขมันในเลือดสูง หรือเป็นโรคหัวใจ เพราะฉะนั้น
หากใครมีอาการปวดหัวอย่างรุนแรง แขนขาอ่อนแรง ปากเบี้ยว ตามัว อย่านิ่งนอนใจ ต้องรีบไปพบแพทย์ทันที

3.มะเร็งอวัยวะสืบพันธ์ นับ ได้ว่าเป็นโรคมะเร็งอันดับต้นๆ ที่เป็นภัยร้ายคร่าชีวิตผู้หญิงไทยไปอย่างต่อเนื่อง
ถึงแม้ภัยดังกล่าวจะมีอัตราลดลงบ้าง เนื่องจากผู้หญิงมีความตื่นตัวและใส่ใจกับโรคทางนรีเวชมากขึ้น
แต่ก็ยังเป็นสิ่งที่ทุกคนควรให้ความสำคัญอย่างต่อเนื่อง เพราะมะเร็งอวัยวะสืบพันธุ์ของผู้หญิงเกิดได้หลายส่วน
มะเร็งปากมดลูกพบมากที่สุด มะเร็งรังไข่พบมากเป็นอันดับสอง

4.ภาวะสมองเสื่อม อีกหนึ่งโรคร้ายแรง ที่เป็นภัยเงียบใกล้ตัวคุณ โรคนี้สามารถที่เกิดขึ้นได้ง่ายๆ
จากความสามารถในการทำงานของสมองของคุณถดถอยลง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความจำ ความเข้าใจ การใช้เหตุผล
ซึ่งภาวะสมองเสื่อมนี้ เป็นอาการแสดงของหลายๆ โรค ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วจะมีสาเหตุมาจากโรคอัลไซเมอร์
และเป็นโรคที่พบได้บ่อยในผู้หญิงสูงอายุ โดยพบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย
ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นเพราะภาวะขาดฮอร์โมนเพศในวัยหมดประจำเดือน

5.มะเร็งปอด โรคนี้ สามารถคร่าชีวิตของผู้หญิง โดยพบว่า มะเร็งปอดเป็นโรคมะเร็งลำดับที่ 5
ที่ผู้หญิงทั่วโลกต้องเผชิญ ซึ่งสาเหตุเป็นเพราะในช่วงเวลาที่ผ่านมา ผู้หญิงทั่วโลกสูบบุหรี่เพิ่มมากขึ้น
และผู้หญิงยังไวต่อสารการก่อให้เกิดมะเร็งมากกว่าผู้ชาย…

Read More

5 ครีมทามือกลิ่นหอม ใช้แล้วมือนุ่ม ไม่แห้ง ใช้ดีต้องบอกต่อ !

มือ เป็นอวัยวะที่สัมผัสสิ่งของต่างๆ
หากเราขาดการดูแลไม่ใสใจผิวมือก็มีโอกาสหยาบกร้าน แห้งด้าน
ขาดความชุ่มชื่น
ไม่ว่าเราจะบำรุงผิวหน้าและผิวกายให้เต่งตึงขนาดไหน
หากเราละเลยปล่อยให้มือเหี่ยว ทุกสิ่งอย่างก็ฟ้องออกมาจากมืออยู่ดีนะ
เอาและค่ะวันนี้เรามีแฮนด์ครีมทามือใช้ดี กลิ่นหอม
ใช้แล้วมือนุ่มไม่หยาบ จะมีตัวไหนบ้างไปดูพร้อมกันเลย !

1. Victoria's Secret Ultra – Moisturizing Hand and Body
Cream

ตัวนี้ขึ้นชื้อว่าเป็นครีมทามือ
ที่มีกลิ่นหอมติดทนนานตลอดทั้งวันเนื้อครีมเข้มข้นซึมซาบผิวได้อย่างร
วดเร็ว ช่วยทำให้ผวมือผิวอ่อนโยน เนียนนุ่ม
คืนความชุ่มชื่นสู่ผิวมีให้เลือกหลายกลิ่น

2. Vaseline Hand Cream

ครีมบำรุงมือและเล็บให้แข็งแรง ช่วยบำรุงอย่างล้ำลึก
ลดการสะลมของแบคทีเรีย ซึมซาบเร็ว อุดมไปด้วยคุนค่าจากเคาราติน
และสตาทิส 3.มอยซ์เจอร์ เพื่อสัมผัสที่ไม่เหนียวเหนอะหนะ

3. L'Occitane Shea Butter Hand Cream

ครีมทามือยอดนิยมจากทั่วโลก อุดมด้วยคุณค่าบำรุงจากเชีย บัตเตอร์
เนื้อครีมสีขาวข้นเนื้อหลอดสีเงินแบบคลาสสิก ช่วยให้ผิวมือนุ่มขึ้น
ไม่แห้ง ช่วยฟื้นฟูริ้วรอยและความเหี่ยวอย่างประสิทธิภาพ
กลิ่นหอมซีมไว้

4. Soap & Glory Hand Food

ตัวนี้เป็นอีกหนึ่งแบนที่น่าใช่ เพราะมีส่วนผสมของเชียบัตเตอร์
น้ำมันแมคคาเดเมีย มาร์ชแมลโลว์ เฟนเนล และสารสกัดจากดอกบัว
กลิ่นหอมอ่อนๆ ทาแล้วมือนุ่มจริง เนื้อครีมไม่เหนียวเหนอะหนะ

5. Jergens Hand & Nail Cream

ตัวนี้สำหรับคนที่มีผิวมือที่แห้งมากๆ ต้องดูแลเป็นพิเศษ
ตัวนี้จะช่วยดูแลความชุ่มชิ้นให้ผิวได้ยายนาน
ถนอมผิวทำให้สุขภาพมือและเล็บนุ่มนวลน่าสัมผัส…

Read More

ใครว่าการดื่มกาแฟไม่มีประโยชน์

นักดื่มกาแฟทุกคนคงจะรู้อยู่แล้วว่ารสชาติและความสุนทรีย์ของการค่อยๆ ละเลียดดื่มกาแฟหอมๆ
นั้นมันสุดยอดแค่ไหน ซึ่งนอกจากความสุขที่เราได้รับแล้ว มันยังมีประโยชน์กับร่างกายเราอีกด้วย
เริ่มแรกเลยก็คือการที่ช่วยให้สมองของเราตื่นตัว ทราบกันดีอยู่แล้วว่ากาเฟอีนในกาแฟนั้นจะช่วยให้เราสดชื่นขึ้น
สมองของเราจะปลอดโปร่งไปหลายชั่วโมง หลังจากที่ดื่มกาแฟหนึ่งแก้ว มันยังส่งผลดีต่อการทำงานของเราอีกด้วย
เพราะเมื่อเรารู้สึกแอคทีฟ มีความกระปรี้กระเปร่าเต็มที่ งานที่ออกมาก็จะดีขึ้น
อีกทั้งคนรอบข้างก็จะสดใสตามเราไปด้วย
สำหรับผู้ที่อดหลับอดนอนและมีความจำเป็นที่จะต้องให้ร่างกายตื่นตัว พร้อมสำหรับการใช้ชีวิตในวันถัดไป
การดื่มกาแฟก็เป็นทางเลือกที่ดี มันช่วยผ่อนคลายร่างกายจากความอ่อนล้าที่ต้องอดหลับอดนอน
แม้ว่าสุดท้ายแล้วการนอนหลับให้เพียงพอจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุด แต่กาแฟก็เป็นตัวช่วยในกรณีฉุกเฉินได้เหมือนกัน
นอกจากนั้นแล้ว จากการวิจัยยังบ่งบอกว่ากาแฟมีผลช่วยป้องกันหรือว่าช่วยชะลอการเกิดโรคอย่างพาร์กินสันด้วย
โดยผู้ที่ได้รับกาเฟอีนอยู่เป็นประจำในปริมาณที่พอเหมาะะมีอัตราความเสี่ยงโรคพาร์กินสันน้อยลง
ซึ่งส่งผลต่อทั้งเพศชายและเพศหญิงเลยด้วย
กาแฟยังช่วยป้องกันโรคอื่นๆ ได้อีกด้วย อย่างเช่นโรคนิ่วในถุงน้ำดี รวมถึงยังป้องกันมะเร็งลำไส้ใหญ่,
ป้องกันมะเร็งลำไส้ตรง และป้องกันโรคเบาหวาน ทั้งหมดนี้อาจจะไม่ได้ป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นแน่นอนแบบ 100
เปอร์เซ็นต์ แต่จากการวิจัยแล้วก็พบว่าการดื่มกาแฟเป็นประจำจะช่วยลดโอกาสเสี่ยงที่จะเป็นโรคเหล่านี้
อย่างไรก็ตาม การดื่มกาแฟก็มีข้อที่ควรระวังด้วยเช่นกัน
สำหรับผู้หญิงที่ตั้งครรภ์นั้นควรระวังไม่ให้ได้รับกาเฟอีนเกินกว่า 200 มิลลิกรัมต่อวัน
หรือถ้าจะนำไปเปรียบเทียบกับกาแฟสำเร็จรูปแล้วก็เท่ากับว่าไม่ควรดื่มเกินวันละ 2 แก้วนั่นเอง
สำหรับเด็กที่ยังโตไม่เต็มที่ การดื่มกาแฟอาจจะไม่ได้มีปัญหาอะไรร้ายแรง
แต่ผลข้างเคียงที่ได้รับจากการดื่มที่มากเกินไป อาจจะส่งผลรุนแรงกว่าที่เกิดขึ้นกับผู้ใหญ่ได้
ดังนั้นเลี่ยงเอาไว้ก่อนจะเป็นเรื่องดีที่สุด โดยรวมแล้วไม่ควรดื่มกาแฟเกินวันละ 2 แก้วจะเป็นเรื่องที่ดีที่สุด
เพราะถ้ายิ่งดื่มเยอะ ร่างกายของเราก็อาจจะโหยหากาเฟอีนจนติดเป็นนิสัย และจะส่งผลเสียต่อร่างกายในระยะยาว
ทั้งหมดนี้ก็คือประโยชน์ของกาแฟที่ถือว่าเป็นข่าวดีสำหรับผู้ที่ชอบดื่ม อย่างไรก็ตาม ทุกอย่างมีความพอดีของมัน
ดื่มให้พอเหมาะ แล้วทุกอย่างจะดีกับตัวเราเอง…

Read More

สุขภาพที่ดี ควรดื่มน้ำอย่างไร

1. ผัก ผลไม้
กินผัก ผลไม้ให้มาก เพราะอุดมด้วยวิตามิน เกลือแร่
และมีส่วนประกอบของน้ำมากกว่าร้อยละ 90 (ผักมีส่วนประกอบของน้ำร้อยละ 95
ผลไม้มีส่วนประกอบของน้ำร้อยละ 90) ดังนั้น กินผักผลไม้ 500 กรัม เท่ากับดื่มน้ำ
400 ซีซี
2. ผสมเกลือแร่เล็กน้อย
หากคุณสูญเสียน้ำในร่างกายออกไปมาก แล้วรู้สึกกระหาย
ควรใช้เกลือแร่ผสมน้ำเล็กน้อย เพื่อดื่มให้ดับกระหาย
แต่ไม่ควรดื่มมากเกินไปเช่นกัน
3. ดื่มน้ำ 2-3 ลิตร/วัน
ปริมาณน้ำที่ต้องดื่มต่อวันคือ 2-3 ลิตร จึงจะมีปริมาณพอเพียงต่อร่างกาย
หากอากาศร้อนจัด ปริมาณน้ำที่ดื่มต้องเพิ่มจำนวนขึ้น สำหรับผู้อายุ
กลไกการกระหายน้ำจะเสื่อมลง เพราะฉะนั้นต้องหมั่นดื่มน้ำให้เพียงพอ
4. ไม่ควรดื่มเบียร์ หรือน้ำแข็ง
เพราะจะเป็นอันตรายต่อระบบการย่อยอาหารในระยะยาว
ร่างกายจะอ่อนแอ มีความเย็นในร่างกาย และของเสียตกค้าง
พลังของร่างกายจะอ่อนแอ
5. ห้ามปล่อยให้ร่างกายกระหายน้ำ แล้วค่อยดื่ม
หากเราปล่อยให้กระหายน้ำเต็มที่ แล้วค่อยมาดื่ม
ร่างกายจะเข้าสู่ภาวะขาดน้ำ จนทำให้มีของเสีย สารพิษตกค้างอยู่มาก
ไม่สามารถระบายหรือขับถ่ายได้ ส่งผลให้ร่างกายอ่อนแอ
ของเสียในร่างกายก็จะตกค้างสะสม
6. ระวังเครื่องดื่มดับกระหาย
หากดื่มเครื่องดื่มดับกระหายบ่อยครั้ง
จะยิ่งทำให้ส่งผลเสียต่อร่างกายในระยะยาว ยิ่งดื่มยิ่งกระหาย
หากเป็นเครื่องดื่มที่มีปริมาณไขมันและแคลอรี่สูง อาจทำให้เป็นโรคเบาหวาน
หรือไขมันในเลือดสูง หรือเกิดพิษสะสมในร่างกาย
7. ดื่มน้ำมากก็เป็นโทษ
การดื่มครั้งเดียวปริมาณมากๆ ตอนตื่นนอน เพื่อขับล้างของเสียในร่างกาย
ร่างกายคนเราเมื่อขาดน้ำ ปัสสาวะจะน้อย เมื่อน้ำเกินปัสสาวะจะมาก
โดยอาศัยการทำงานของไตเป็นตัวควบคุม คนปกติที่ไม่ขาดน้ำ
ถ้าได้รับน้ำปริมาณมาก จะทำให้ไตทำงานหนักขึ้น ส่งผลให้เลือดเจือจาง
แรงดันในการดูดซึมของสารอาหารสู่เซลล์น้อยลง ปริมาณน้ำในเซลล์มากขึ้น
ทำให้เซลล์บวมน้ำ เกิดพิษต่อเซลล์ มีอาการเวียนศีรษะ ปวดศีรษะ คลื่นไส้
อาเจียน แน่นท้อง ถ้าเซลล์บวมน้ำมากขึ้นจะมีอาการง่วงนอน กระตุก มองไม่ชัด
หัวใจเต้นช้า หายใจช้า เป็นลม เป็นต้น ดังนั้นการดื่มน้ำจึงต้องพอเหมาะ
ไม่มากหรือน้อยเกินไป
8. ไม่ควรดื่มน้ำอย่างรวดเร็ว
การดื่มแบบนี้จะมีผลกระทบต่อการทำงานของหัวใจ
ทำให้หัวใจอ่อนแรงในระยะยาว เพราะปริมาณน้ำที่เพิ่มขึ้น
อย่างรวดเร็วทำให้ไตควบคุมการขับน้ำไม่ได้ทันทีทันใด
ก็จะมีปริมาณน้ำในหลอดเลือดมากแล้วก็ไปเพิ่มภาระการสูบฉีดของหัวใจ
9. หลังอาหารไม่ควรดื่มน้ำมาก
ไม่ควรดื่มน้ำเย็น หรือดื่มน้ำในปริมาณมากๆ หลังกินอาหาร
เพราะน้ำจะไปเจือจางความเข้มข้นของน้ำย่อย ทำให้การย่อยอาหารไม่ดี
เป็นโรคกระเพาะ…

Read More

3 อาหารที่เป็นอันตรายต่อผิว

เรื่อง ผิวพรรณ ถือเป็นเรื่องที่ได้รับความสนใจดูแลจากผู้หญิงค่อนข้างมาก
เพราะหากไม่ใส่ใจแล้วล่ะก็ ปัญหาต่าง ๆ ก็จะเกิดปัญหาตามมาอย่างแน่นอน
ไม่ว่าจะเป็นผิวแห้ง ผิวลอก ผิวมัน สิว ริ้วรอย ฝ้า กระ ไปจนถึงเรื่องจุดด่างดำ
นอกจากจะใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่เหมาะแล้วกับสภาพผิวเราแล้ว
อีกสิ่งหนึ่งที่ควรใส่ใจนั้นก็คือ เรื่องของอาหารการกินนั้นเอง
เพราะอาหารบางชนิดก็สามารถทำอันตราแก่ผิวของเราได้ ดังนั้นหากอยากมีผิวสวย
หน้าใส ก็ควรหลีกเลี่ยงอาหารดังต่อไปนี้
1. น้ำตาล
นอกจากจะทำให้น้ำหนักเราเพิ่มขึ้นแล้ว น้ำตาล
ยังเป็นอีกหนึ่งสาเหตุสำคัญที่ทำอันตรายผิวเรา เพราะการทานน้ำตาลมาก ๆ
จะส่งผลให้ผิวเกิดริ้วรอยก่อนวัยได้

ถ้าหากใครยังไม่อยากหน้าแก่ก่อนวัยก็ควรทานน้ำตาลในปริมาณที่ร่างกายต้องการ
ก็พอแล้ว
2. เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์
สาเหตุสำคัญอีกหนึ่งอย่างที่ทำให้ผิวเกิดริ้วรอยมาจากเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์
เพราะว่าเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์จะทำให้ร่างกายอยู่ในสภาวะขาดน้ำ
ส่งผลให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับผิวตามมา ซึ่งในบ้างรายที่มีอาการแพ้แอลกอฮอล์
ก็อาจจะเกิดพื้นแดงและระคายเคือง
3. เครื่องดื่มประเภทชา และ กาแฟ
นอกจากเครื่องดื่มประเภทชาและกาแฟแล้ว
น้ำอัดลมก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุสำคัญที่ทำร้ายผิวเรา เพราะคาเฟอีนจะดูดซึมวิตามินบี
สังกะสี และแมกนีเซียม ออกจากผิว ส่งผลให้ระบบภูมิคุ้มกันของผิวเราต่ำลง
ทำให้ผิวมีอาการแห้งและอ่อนแอ
ทางที่ดีควรหลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มประเภทนี้ไปเลย…

Read More

วัยทำงานควรหาเวลาวิ่งได้แล้ว

 

 

ด้วยต้นทุนที่ไม่แพง เริ่มต้นได้ง่าย เหมาะกับทุกเพศทุกวัย นอกจากนี้ยังสามารถจัดสรรเวลาได้ตามตารางชีวิตของแต่ละคน การวิ่งจึงถือได้ว่าเป็นหนึ่งในกีฬาและกิจกรรมโปรดของคนไทยในยุคนี้

จากข้อมูลการสำรวจของสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล พบว่า ในปี 2559 ประเทศไทยมีผู้ออกกำลังกายด้วยการวิ่งจำนวน 12 ล้านคน โดยเป็นคนในวัยทำงานมากที่สุดสูงถึง 6.9 ล้านคน รองลงมาเป็นกลุ่มวัยรุ่น และกลุ่มผู้สูงอายุ ซึ่งมีสัดส่วนพอๆ กัน ที่ 2.5 ล้านคน และจากนักวิ่งทั้งหมด จัดเป็นกลุ่มคนที่อาศัยในเมืองถึง 8.1 ล้านคน

 

อย่างไรก็ดี สำหรับนักวิ่งแล้ว การซ้อมวิ่งเป็นประจำนับเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้นักวิ่งมีพัฒนาการที่ดี แต่สำหรับคนเมือง หรือคนวัยทำงาน ที่ถือว่าเป็นประชากรนักวิ่งกลุ่มใหญ่ การหาเวลาหรือสถานที่ซ้อมวิ่งให้ได้เป็นประจำนับเป็นเรื่องที่ท้าทายพอๆ กับการลงประลองสนามจริงเลยทีเดียว

 

ข้อดีของการวิ่งในสภาพแวดล้อมต่างๆ

 

การวิ่งบนถนน หรือวิ่งตามสวนสาธารณะต่างๆ ก็มีข้อดีตรงที่ ได้รับอากาศสดชื่นบริสุทธิ์ ประหยัด ไม่มีค่าใช้จ่าย สามารถวิ่งไปพร้อมชมวิวรอบตัวได้ ไม่น่าเบื่อจำเจ แต่ข้อเสียก็จะมีบ้าง เช่น ฝนฟ้าอากาศไม่เป็นใจ มีตัวแปรเรื่องเวลาและการเดินทางมาเกี่ยวข้อง เช่น ต้องตื่นตั้งแต่เช้ามืดเพื่อรีบไปวิ่งก่อนไปทำงาน หรือไปวิ่งหลังเลิกงานก็อาจจะเหนื่อยหรือขี้เกียจเกินไป

 

ส่วนการวิ่งบนลู่ไฟฟ้า อย่างในฟิตเนสต่างๆ  จะมีข้อดีที่ตอบโจทย์เรื่องเวลา ฟิตเนสบางที่ก็อยู่ในตึกออฟฟิศเลย เดินทางสะดวกสบาย ไม่ต้องกังวลเรื่องสภาพอากาศ ฝนตกแดดออก ลู่วิ่งที่ดีก็จะช่วยลดแรงกระแทก ถนอมเข่า-ข้อเท้าได้มากกว่าวิ่งบนถนนจริงหรือในสวนสาธารณะ แต่ข้อเสียก็อาจจะเป็นเรื่อง ค่าใช้จ่าย ค่าเมมเบอร์ของฟิตเนส เป็นต้น…

Read More