ร่างกายมีโอกาสได้รับสารพิษในผัก หากล้างผักไม่ดี!!

สารพิษในผัก
1. เชื้อแบคทีเรีย
ปัญหาที่เชื้อแบคทีเรียหรือตัวเชื้อโรคปนเปื้อนลงในผักนั้น
อาจเกิดมาจากขั้นตอนการผลิต การขนส่ง การเก็บ การปรุง และการจำหน่าย
ที่ไม่ถูกสุขลักษณะ ตัวอย่างเช่น การขนส่งผักในบ้านเราทุกวันนี้
ผู้ขนส่งส่วนมากมิได้คำนึงถึงความสะอาดและความปลอดภัยต่อผู้บริโภค
นับตั้งแต่ภาชนะที่ใช้บรรจุ พาหนะที่ใช้ขนส่งไม่สะอาดเพียงพอ ไม่มีการปกปิด
ตลอดจนสุขวิทยาส่วนบุคคลของคนงานที่ไม่ถูกต้อง เช่น
มีอาการเจ็บป่วยหรือเป็นโรคติดต่อในขณะทำงาน
การขาดความสนใจในเรื่องความสะอาดของร่างกาย เป็นต้น
นอกจากนี้ยังมีสิ่งที่เราสามารถพบเห็นได้ทั่วไป คือ
การวางจำหน่ายผักบนพื้นดินที่มีผู้คนเดินผ่านไปผ่านมาจกสภาพต่างๆ เหล่านี้
เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เชื้อโรคปนเปื้อนในผักได้ทั้งโดยทางตรง หรือผ่านสื่อต่างๆ
เช่น ผู้สัมผัส ภาชนะอุปกรณ์ ตัวอาหาร สถานที่ รวมทั้งแมลงและสัตว์นำโรคต่างๆ

2. เชื้อไวรัส
ผักที่ล้างไม่สะอาดหรือมีแมลงวันตอม ก็อาจจะพบเชื้อไวรัส
ซึ่งเป็นเชื้อโรคที่มีขนาดเล็กที่สุดได้ ตัวอย่างเช่น โรคไขสันหลังอักเสบ (โปลิโอ)
โรคตับอักเสบ เป็นต้น

3. เชื้อรา
ผักบางชนิดจัดอยู่ในประเภทอาหารแห้งด้วย เช่น พริก หอม กระเทียม ฯลฯ
เมื่อได้รับความชื้นที่พอเหมาะ เชื้อราก็จะเจริญเติบโตได้ดี

และสร้างสารพิษที่เรียกว่าอะฟลาทอกซิน
ซึ่งไม่สามารถทำลายด้วยความร้อนขนาดหุงต้มได้
และหากเกิดการสะสมในร่างกายมากๆ ก็จะทำให้เป็นมะเร็งที่ตับได้

4. พยาธิ
เกษตรกรที่นิยมใช้อุจจาระสดเป็นปุ๋ยรดผักเพื่อให้ผักเจริญงอกงามดี
ถ้าอุจจาระสดนั้นมีไข่พยาธิปะปนอยู่ คนที่บริโภคผักที่ล้างไม่สะอาด หรือปรุงไม่สุก
ไข่พยาธิก็จะเจริญเป็นตัวอ่อนอยู่ในลำไส้เล็ก และเป็นตัวแก่อยู่ในลำไส้ใหญ่
ในที่สุดไข่พยาธิก็จะออกมากับอุจจาระอีก ตัวอย่างเช่น โรคพยาธิเส้นด้าย
พยาธิแส้ม้า พยาธิไส้เดือน เป็นต้น

5. ยาฆ่าแมลง
ทุกวันนี้เราบริโภคผักกันเป็นจำนวนมาก ทั้งในรูปของผักสด และผักแปรรูป เช่น
ทำเป็นผักดอง ตลอดจนบรรจุเป็นอาหารกระป๋องจำหน่ายเป็นสินค้าออกต่างประเทศ
ทำให้เกษตรกรที่ใช้ยาฆ่าแมลงปราบศัตรูพืชเก็บเกี่ยวผลผลิตของตนออกสู่ท้องตลาด
ก่อนถึงกำหนดวันเก็บ เพื่อให้ได้ราคาดีและทันต่อความต้องการของตลาด
เนื่องจากผักส่วนมากมีเนื้อเยื่ออ่อนมาก และมีน้ำอยู่ในลำต้นมาก
ซึ่งน้ำจะถูกระเหยออกทางใบ ดังนั้นพืชผักจึงรับเอาเชื้อโรคพืชต่างๆ
และสารพิษยาฆ่าแมลงไว้ในต้นได้ง่าย…

Read More

การหายใจที่ถูกต้อง

ความไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ ถือเป็นอมตะวาจาที่ใช้ได้ทุกยุคทุกสมัย ความเจ็บไข้นอกจากสร้างความทุกข์ทรมาน แก่ร่างกายแล้ว ยังเดือดร้อนเงินในกระเป๋าอีกด้วย เสียทั้งเงินเสียทั้งเวลาเสียทั้งความเหนื่อยล้า ทำลายสุขภาพจิตให่ห่อเหี่ยวไม่สดใส ไม่ว่าจะเป็นโรคเรื้อรังหรือโรครุนแรง ต่างก็ไม่ดี ที่ดีที่สุดคือ พยายามดูแลสุขภาพเอาไว้ให้สดใสแข็งแรงให้มากที่สุด

ด้วยการเลือกกินอาหารที่ดีและมีประโยชน์ ไม่ผ่านการแปรรูปมากเกินไป ออกกำกายสม่ำเสมอ ทำจิตใจให้สดใสไม่เครียดไม่กังวล ปล่อยวางไม่เก็บกดโมโหง่าย รู้จักให้อภัย

นอกจากนี้ยังมีเคล็ดลับที่ดีๆ จากโรงเรียนแพทย์ชื่อดังอย่างโรงพยาบาลจอนห์ฮอพกินส์ได้เปิดเผยถึงข้อมูลล่าสุด เกี่ยวกับการดูแลตัวเองให้ห่างไกลจากโรคมะเร็งไว้ดังนี้

1.มะเร็งเป็นโรคที่สัมพันธ์กับจิตใจ ร่างกายและจิตวิญญาณ วิธีการป้องกันเชิงรุก และการคิดในเชิงบวกจะช่วยให้เราสามารถอยู่รอดจากการทำสงครามกับมะเร็งได้ ด้วยการละความโกรธ ปล่อยวางให้มาก เพราะการไม่รู้จักให้อภัย และความขมขื่นใจ เหล่านี้จะทำให้ร่างกายเกิดความตึงเครียดและเลือดมีสภาวะเป็นกรดเพิ่มขึ้น รวมทั้งให้เรียนรู้ที่จะมีความรักและจิตวิญญาณแห่งการให้อภัย ที่สำคัญเรียนรู้ที่จะผ่อนคลายและหาความสุขกับชีวิต

2.เซลมะเร็งไม่สามารถเจริญเติบโตได้ในสภาวะที่มีอ๊อกซิเจนเป็นจำนวนมาก ดังนั้นการเพิ่มอ๊อกซิเจนให้กับร่างกายทำได้ง่ายๆเช่น การออกกำลังกายทุกวัน และการหายใจเข้าให้ลึกๆบ่อยๆจะช่วยให้ร่างกายได้รับอ๊อกซิเจนเพิ่มขึ้นไปจนถึงระดับเซล หรือการบำบัดด้วยอ๊อกซิเจน (Hyperbaric Oxygen Therapy) ถือเป็นวิธีการอีกอย่างที่ใช้ในการทำลายเซลมะเร็ง

นี่คือ สองเรื่องง่ายๆ ในการ ดูแลตัวเองเบื้องต้นให้ห่างกาย แข็งแรงที่คุณสามารถทำได้ด้วยตนเอง นี่คือ เรื่องที่คุณควรส่งต่อไปให้คนที่มีความสำคัญกับชีวิตคุณ ได้รับรู้รับทราบ จะได้ยึดถือปฏิบัติให้มีสุขภาวะที่ดีขึ้น…

Read More

การบริหารร่างกาย ช่วยทำให้ ชะลอวัย แถม สุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง

มีการค้นคว้าวิจัยที่การันตีได้ว่า
การบริหารร่างกายเป็นแนวทางหนึ่งที่จะช่วยเลี้ยงดูสุขภาพที่เห็นผลอย่างเห็นได้ชัด
ซึ่งประโยชน์ที่ได้รับมาจากการบริหารร่างกายนี้
เสริมสร้างความแข็งแรงให้กับร่างกายไกลห่างจากโรคร้ายต่างๆเป็นต้นว่า โรคหัวใจ โรคอ้วน
โรคเส้นโลหิตในสมองตีบ ฯลฯ ยิ่งกว่านั้น การออกำลังกายยังช่วยลดความตึงเครียด
และก็ช่วยให้เลือดลมไหลเวียนดีซึ่งทำให้มีผิวพรรณผ่องใส รวมทั้งช่วยทำให้มองอ่อนวัยขึ้น
การออกำลังกายนั้น มีส่วนช่วยให้แก่ช้าลงอย่างชัดเจน
ด้วยเหตุว่าการบริหารร่างกายยังมีส่วนช่วยสำหรับในการทรงสภาพรวมทั้งรักษาเซลล์ที่เป็น
ตัวควบคุมความแก่เฒ่า แถมยังช่วยสำหรับการต้านทานอนุมูลอิสระ
แล้วก็ทำให้ระบบการทำงานภายในร่างกายมีคุณภาพ ด้วยเหตุนี้
ผู้ที่บริหารร่างกายอยู่ตลอด ก็เลยมักมีบุคลิกภาพี่สดใสร่าเริง
รวมทั้งมองอ่อนวัยกว่าอายุจริง
โดยการบริหารร่างกายเพื่อการดูแลรักษาสุขภาพนั้น
ควรที่จะใช้เวลาสำหรับเพื่อการบริหารร่างกายราวๆ 30 – 60 นาที ซึ่งในหนึ่งอาทิตย์นั้น
ควรจะบริหารร่างกายอาทิตย์ละ 4-5 วันเพื่อร่างกายได้พักบ้าง อย่างไรก็แล้วแต่
คนที่เพิ่งจะเริ่มบริหารร่างกายนั้น ไม่สมควรหักโหมตั้งแต่ครั้งแรก
เนื่องจากว่าอาจจะเป็นผลให้ร่างกายไมสามารถปรับนิสัยได้ โดยเหตุนั้น
ควรจะเริ่มจากการบริหารร่างกายน้อยๆเพียงแต่วันละ 30 นาที และก็หลังจากนั้นจึงค่อยๆมากขึ้นเป็นลำดับ
ดังนี้ การบริหารร่างกายเพื่อสุขภาพสามารถทำเป็นหลายรูปแบบ
อีกทั้งการบริหารร่างกายแบบเวทเทรนนิ่งซึ่งจะช่วยทำให้กล้ามแข็งแรง
การบริหารร่างกายแบบคาร์ดิโอ ซึ่งเป็นผลดีต่อแนวทางการทำงานของหัวใจแล้วก็ปอด
แล้วก็การบริหารร่างกายที่สร้างความยืดหยุ่นให้กับกล้ามแล้วก็เส้นเอ็น เช่นโยคะ ฯลฯ
ซึ่งนอกเหนือจากการบริหารร่างกายแล้ว การที่จะมีสุขภาพแข็งแรงอย่างยั่งยืน
ก็จะต้องอาศัยการกินอาหารที่มีประโยชน์รวมทั้งการนอนพักที่ดี
รวมถึงกินน้ำให้พอเพียงด้วยจ้ะ…

Read More

ตื่นนอนอย่างไรให้สดชื่น พร้อมลุยงานอย่างสดใสตลอดวัน

การตื่นนอนในตอนเช้า ถือเป็นอุปสรรคใหญ่สำหรับใครหลายคน
บางคนอาจต้องฝืนตื่นมาด้วยสภาพงัวเงีย บางคนต้องเลือกที่จะต่อเวลานอน
จนรู้ตัวอีกทีก็กลายเป็นตื่นสายเสียแล้ว วันนี้เราจะมาแนะนำเทคนิคดีๆ
สำหรับใครที่อยากตื่นเช้าแบบสดใส พร้อมเริ่มวันใหม่อย่างสดชื่นตลอดวัน
1. ลุกทันทีที่เสียงปลุกดัง
หนทางที่จะช่วยให้คุณตื่นเช้าได้ คือการตื่นทันทีที่ได้ยินเสียงนาฬิกาปลุก สิ่งสำคัญคือ
อย่ามัวแต่ข้ออ้างเพื่อที่จะนอนต่อ เพราะทุกอย่างอยู่ที่ใจคุณ
2. ตั้งนาฬิกาปลุกห่างจากที่นอน
ระยะห่างของนาฬิกาปลุกกับเตียงนอนควรไกลมากพอจะทำให้เราต้องลุกเดินไปปิดนา
ฬิกาปลุกได้ เพราะการได้ลุกจากที่นอนจะช่วยให้ร่างกายตื่นได้
หลังจากนั้นก็ควรเริ่มวันใหม่ของคุณโดยทำกิจกรรมอื่นๆ ที่ไม่ใช่การนอน
3. เมื่อลุกแล้ว รีบปิดพัดลม-แอร์ ปัดผ้าห่มออกจากตัว
การได้นอนในอากาศเย็นๆ กับผ้าห่มอุ่นๆ ทำให้เราอยากที่จะนอนอยู่อย่างนั้นนานๆ
เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้นอนตื่นสาย ฉะนั้นถ้าอยากตื่นเช้าก้ต้องยอมตัดใจ
ลุกมาปิดพัดลม ปิดแอร์ พร้อมกับตอนที่นาฬิกาปลุก รวมถึงรีบปัดผ้าห่มออกจากตัว
เพื่อตัดความสบายออกจากการนอนทันที
4. เปิดม่านให้แสงแดดส่องเข้ามา
ถือเป็นวิธีที่ได้ผลกับหลายๆ คน โดยก่อนเข้านอนให้เตรียมเปิดหน้าต่างห้องนอนทิ้งไว้
ยิ่งในตำแหน่งที่ตรงกับเตียงนอนเลยได้จะยิ่งดี เมื่อแสงแดดยามเช้าส่องเข้ามา
ความสว่างจะช่วยปลุกให้เราตื่นได้เป็นอย่างดี
5. ลุกขึ้นนั่ง และขยับตัว
หากเริ่มต้นจากการลุกขึ้นนั่งแล้วสูดลมหายใจลึก ๆ 3-4 ครั้ง ลองขยับแขน แกว่งขา
เพื่อปลุกร่างกายให้รู้สึกสดชื่น เป็นวิธีที่จะช่วยให้ตื่นอย่างเต็มที่
7. หาน้ำดื่มทันที
เมื่อลุกจากเตียงได้แล้ว ให้รีบตรงไปที่ห้องครัว จากนั้นรินน้ำมาดื่มประมาณ 1 แก้ว
วิธีนี้นอกจากจะช่วยปลุกให้คุณสดชื่น สมองตื่นตัวแล้ว

ยังเป็นประโยชน์ต่อร่างกายหลายประการอีกด้วย ทั้งช่วยเรื่องระบบขับถ่าย
เพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว และอื่นๆ อีกมากมาย
8. เข้านอนให้เร็วขึ้น
คงจะไม่มีวิธีไหนที่ดีไปกว่าการทำให้ร่างกายได้พักผ่อนอย่างเพียงพอ
เพราะจำทำให้สมองและระบบภายในต่างๆ ตื่นตัวและทำงานตามปกติได้ง่ายขึ้น
หากคุณเป็นคนนอนดึกเป็นประจำ ก็ควรปรับเวลานอนใหม่ให้เร็วขึ้นกว่าเดิมสัก 30
นาที เพราะหากนอนดึกตื่นเช้าติดกันบ่อยๆ อาจยิ่งทำให้คุณรู้สึกเพลียมากกว่าปกติ…

Read More

การะเกด ไม้พุ่มประโยชน์เยอะ

การะเกด เป็นพืชที่จัดอยู่ในวงศ์เตยทะเล มีชื่อท้องถิ่นอื่น ว่า
การะเกดด่าง ลำเจียกหนู (กรุงเทพมหานคร) หรือ เตยด่าง
เตยหอม (ภาคกลาง) เป็นต้น ซึ่ง การะเกด
ที่เราจะกล่าวถึงในบทความนี้ เป็นพรรณไม้คนละชนิดกันกับ
เตยทะเล
โดย การะเกด จัดเป็นพรรณไม้พุ่มกึ่งไม้ยืนต้น
ลำต้นมักแตกกิ่งก้านสาขา มีรูปทรงคล้ายต้นเตย สูงได้ประมาณ 3-
7 เมตร มีรากอากาศค่อนข้างยาวและใหญ่
มีเขตการกระจายพันธุ์ในแถบมหาสมุทรแปซิฟิกเขตร้อน
และนำไปปลูกกันทั่วไป เพราะชอบขึ้นในที่ชื้นแฉะหรือริมน้ำ
ดินทรายชายทะเล ลำห้วย ริมลำธาร
อีกทั้งยังสามารถพบขึ้นได้ตามชายหาดและพื้นที่ใกล้ชายฝั่ง
ส่วน ดอกการะเกด จะเป็นแบบแยกเพศอยู่ต่างต้นกัน
ดอกจะออกที่ปลายยอด และมีจำนวนมาก ติดอยู่บนแกนช่อ
ดอกจะไม่มีกลีบเลี้ยงและกลีบดอก
โดยช่อดอกเพศผู้จะมีลักษณะตั้งตรง ยาวได้ประมาณ 25-60
เซนติเมตร มีกาบสีนวลหุ้ม มีกลิ่นหอม
เกสรเพศผู้จะติดรวมอยู่บนก้าน ซึ่งยาวประมาณ 0.8-2 เซนติเมตร
ขณะที่ช่อดอกเพศเมียนั้น จะมีลักษณะค่อนข้างกลม
ประกอบไปด้วยเกสรเพศเมียเชื่อมติดกัน 3-5 อัน
เป็นกลุ่มประมาณ 5-12 กลุ่ม
ในแต่ละกลุ่มจะมีขนาดกว้างประมาณ 2-5 เซนติเมตร
และยาวประมาณ 3-7 เซนติเมตร
ที่ปลายมีลักษณะหยักตื้นเป็นร่องระหว่างยอดเกสรเพศเมีย
และจะเรียงกันเป็นวง
ด้าน ผลการะเกด ลักษณะจะเบียดกันแน่นเป็นก้อนกลม
มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 10-20 เซนติเมตร
แต่ละผลมีขนาดกว้างประมาณ 2-6.5 เซนติเมตร และยาวประมาณ
4-7.5 เซนติเมตร เมื่อสุกจะมีกลิ่นหอม โคนสีเหลือง
ตรงกลางเป็นสีแดง ส่วนตรงปลายยอดเป็นสีน้ำตาลอมเหลือง
ผลที่สุกแล้วจะมีโพรงอากาศจำนวนมาก

ซึ่งสรรพคุณของผลการะเกดที่แก่จัด (ผิวผลเป็นสีแดง)
สามารถนำมารับประทานได้ จะมีรสชาติคล้ายสับปะรด
ขณะที่ดอกก็ใช้รับประทานได้ แต่มีรสขมเล็กน้อย
คนจึงนิยมใช้ปรุงเป็นยาหอม ทำให้ชุ่มชื่นหัวใจ
ใช้เป็นยาแก้โรคในอก เจ็บอก เจ็บคอ แก้เสมหะ บำรุงหัวใจ
และบำรุงธาตุ
หรือยอดใช้ต้มกับน้ำให้สตรีดื่มตอนหลังคลอดบุตรใหม่ๆ
นอกจากนี้ ดอกการะเกด
ยังสามารถนำมาใช้อบกลิ่นเสื้อผ้าให้หอม
สตรีโบราณนิยมนำมาใส่หีบ เพื่ออบกลิ่นเสื้อผ้าให้หอม
หรือใช้ดอกเคี่ยวกับน้ำมันมะพร้าวหรือมันหมู
แล้วปรุงเป็นน้ำมันใส่ผม ซึ่งในสมัยก่อนนิยมใช้กันมาก
ปิดท้ายที่ ใบการะเกด สามารถนำมาใช้ในงานจักสาน
ทำเป็นเครื่องมือใช้สอยต่างๆ ได้ดีและสวยงาม เช่น กระสอบ เสื่อ
หมวก กระเป๋า ฯลฯ จึงถือเป็นวัตถุดิบของงานหัตถกรรมที่ดี
และหาได้ง่ายในท้องถิ่น
ดังนั้น
ใครที่กำลังหาพรรรไม้ไว้ประดับบ้านและใช้สอยประโยชน์
การะเกด คือตัวเลือกที่ทรงคุณค่า
แถมยังเป็นไม้ที่มีรูปทรงเฉพาะตัวที่สวยงามแปลกตา
ดอกมีกลิ่นหอม ปลูกเลี้ยงได้ง่าย มีความทนทาน อายุยืนยาว
และหาพันธุ์ปลูกได้ง่ายในประเทศไทย…

Read More

วิธีลดรอยสิว ปัญหากวนใจบนใบหน้าที่ใครๆ ก็ไม่อยากมี

ปัญหาสิวเชื่อว่าคนส่วนใหญ่จะต้องเจอไม่ช่วงใดก็ช่วงหนึ่งของชีวิต
เมื่อเป็นสิวก็นำมาซึ่งรอยสิวบนใบหน้าที่อาจส่งผลต่อความมั่นใจได้
และนี่ก็คือหลากหลายวิธีที่จะช่วยลดรอยสิวให้จางลงไปโดยเร็ว

เริ่มแรกก่อนเลยก็คือการมาสก์หน้าด้วยตัวเอง
มันอาจจะยุ่งยากสักเล็กน้อยในการไปหาวัตถุดิบต่างๆ มาใช้
แต่เชื่อเถอะว่าคุ้มค่าอย่างแน่นอน
เพราะไม่ต้องไปตามคลินิกเพื่อรักษาด้วยวิธีแพงๆ
โดยการมาสก์หน้าเพื่อลดรอยสิวนั้นก็มีหลายสูตรด้วยกัน

การใช้มะนาวผสมน้ำผึ้งและทาเอาไว้บนใบหน้า ทิ้งไว้สักราวๆ 10-15 นาที
จากนั้นก็ล้างออก เมื่อนำเป็นประจำก็จะช่วยให้รอยสิวลดน้อยลง
เป็นการทำทรีทเมนต์ด้วยวิธีธรรมชาติ
แต่ก็ควรต้องระวังไม่ให้ทิ้งเอาไว้นานจนเกินไป
เพราะกรดจากมะนาวอาจจะกันหน้าเอาได้ สูตรต่อมาก็คือหอมแดง
ให้นำมาฝานเป็นแว่นๆ จากนั้นก็ถูเบาๆ ที่บริเวณใบหน้าในส่วนที่เป็นรอยสิว
ทิ้งเอาไว้ 10-15 นาทีแล้วก็ล้างออก นี่ก็เป็นอีกหนึ่งสูตรที่ใช้ได้ผลดีเหมือนกัน

สำหรับใครที่ไม่สะดวกหาวัตถุดิบมาใช้ด้วยวิธีตามธรรมชาติอย่างด้านบน
จะลองใช้วิธีตามแพทย์แผนปัจจุบันดูก็ได้
ด้วยการใช้ยาที่ผลิตออกมาเพื่อลดรอยสิวโดยเฉพาะ
โดยการเลือกยาหรือว่าครีมลดรอยสิวนั้นต้องเข้าใจก่อนว่าสภาพผิวของคนแต่ละ
คนนั้นจะใช้ยาตัวเดียวกันแล้วได้ผลไม่เหมือนกัน

ดังนั้นถ้าเห็นว่าคนนั้นใช้ยาตัวนี้ได้ดี
ก็ไม่ได้หมายความว่ามันจะได้ผลดีสำหรับเราเสมอไป
ทางที่ดีที่สุดก็คือให้ลองใช้ไปเรื่อยๆ
จนกว่าจะเจอตัวที่เหมาะสมกับสภาพผิวหน้าของเรา
อาจจะเสียเวลาสักหน่อยในช่วงแรก แต่ถ้าเจอตัวยาที่ใช้สำหรับเราเมื่อไหร่

รับรองว่าหลังจากนี้ทุกอย่างก็ไปได้สวย เพราะไม่ต้องไปตามหาตัวยาอื่นๆ
ให้ยุ่งยากอีกต่อไปแล้วนั่นเอง

สุดท้ายใครที่ใจร้อนสักหน่อย แต่มีกำลังทรัพย์เพียงพอ
จะเข้าคลินิกไปทำทรีทเมนท์ หรือว่าทำเลเซอร์ดูก็ได้
นี่คือวิธีรักษารอยสิวที่มีค่าใช้จ่ายพอสมควร แต่รับประกันได้ว่าเห็นผลเร็ว
บางครั้งแค่ทำครั้งเดียว รอยสิวก็จางลงไปมากจนเป็นที่น่าพอใจแล้ว
โดยการรักษาในแนวทางนี้ก็มีหลายวิธีด้วยกัน

เริ่มต้นกันที่ AHA เป็นการทำทรีทเมน์ที่จะช่วยให้ใบหน้าได้ผลัดเซลล์ผิว
ลดรอยดำจากสิวได้เป็นอย่างดี แต่ก็ต้องเลี่ยงการโดนแสงแดดในช่วงระยะแรกๆ
หลังทำ ส่วนการทำเลเซอร์ IPL
ก็เป็นการยิงลำแสงเพื่อทำปฏิกิริยากับเซลล์เม็ดสีดำโดยเฉพาะ
จึงเป็นวิธีที่จะช่วยให้ผิวดูเนียนใสขึ้นมาได้อย่างรวดเร็ว

ลองนำวิธีต่างๆ
เหล่านี้ไปพิจารณากันดูว่าเราสะดวกที่จะรักษารอยสิวด้วยวิธีไหนมากที่สุด
สุดท้ายก็ขอให้รอยสิวจางด้วยดีกันทุกคน…

Read More

ช็อคโกแลตมีประโยชน์ ไม่ได้ทำให้อ้วนอย่างเดียวเท่านั้น

พูดถึงช็อคโกแลต หลายคนคงนึกไปถึงรสชาติอันหอมหวานของมัน
ไม่น่าแปลกที่มันจะกลายเป็นขนมสุดโปรดของใครหลายคน
ซึ่งมันก็มีประโยชน์อยู่ในตัวด้วยเช่นกัน

หากจะนึกถึงการรับประทานช็อคโกแลต
ส่วนใหญ่คงจะมองกันว่ามันเป็นสาเหตุที่ทำให้อ้วน
นั่นก็จริงส่วนหนึ่งถ้าหากว่ามีการบริโภคมากจนเกินไป
แต่อันที่จริงแล้วช็อคโกแลตมันก็มีประโยชน์ต่อร่างกายด้วยเช่นกัน
มาดูกันเลยดีกว่าว่ามันจะส่งผลดีอย่างไรกันบ้าง

ช็อคโกแลตนั้นมีสารแอนต้อ็อกซิแดนท์จากผงโกโก้
ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่ามันช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ
จึงมีประโยชน์อย่างมากในด้านการป้องกันโรคภัยไข้เจ็บมากมาย
ขณะที่ในด้านอารมณ์นั้น ช็อคโกแลตก็จะช่วยให้เราเครียดน้อยลง
ด้วยกรดอะมิโนทริปโตฟานที่มีอยู่ในผงโกโก้ ถ้าลองสังเกตกันดีๆ
หลังจากที่เราบริโภคช็อคโกแลตเข้าไป เราจะมีความรู้สึกผ่อนคลาย
และอารมณ์ดีขึ้นมาในทันที

นอกเหนือไปจากช่วยให้เราผ่อนคลายแล้ว
ช็อคโกแลตยังทำให้ความจำของเราดีขึ้นได้อีกด้วย
นั่นเพราะว่ามันมีสารฟลาวานอลส์ที่ช่วยกระตุ้นให้การไหลเวียนเลือดในสมองทำง
านได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ขณะที่นักดื่มที่ชอบเมาค้างกันอยู่บ่อยๆ
การดื่มช็อคโกแลตร้อนๆ ก็สามารถช่วยให้อาการเมาค้างทุเลาลงได้อีกด้วย

ด้านความสวยความงาม ช็อคโกแลตก็มีประโยชน์ไม่น้อยเลย
ด้วยสารฟลาโวนอยด์ที่จะช่วยให้ผิวพรรณมีความชุ่มชื้นมากขึ้น
รวมถึงช่วยให้การไหลเวียนเลือดดีขึ้นด้วยเช่นกัน

ช็อคโกแลตยังถูกวิจัยมาแล้วว่าสามารถช่วยลดระดับไขมันในเลือดได้
ขณะเดียวกันก็ช่วยป้องกันโรคมะเร็ง และโรคหัวใจได้อีกด้วย
นี่คือประโยชน์ที่จะทำให้ร่างกายของเราสมบูรณ์แข็งแรงในระยะยาว
เพียงแค่บริโภคช็อคโกแลตอย่างถูกต้องสม่ำเสมอเท่านั้น

ด้วยประโยชน์ที่มากมายขนาดนี้
เราอาจมีคำถามว่าเราควรบริโภคช็อคโกแลตชนิดไหนถึงจะดี
คำตอบก็คือดาร์กช็อคโกแลตจะดีที่สุด เพราะมันมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระ
รวมไปถึงแร่ธาตุต่างๆ มากมาย
โดยดาร์กช็อคโกแลตนั้นจะมีส่วนผสมของน้ำตาลและไขมันค่อนข้างน้อย
จึงไม่ได้ส่งผลเสียต่อร่างกายของเรามากนัก

นี่ก็คือการแนะนำถึงประโยชน์ต่างๆ ของช็อคโกแลต
จะเห็นได้ว่ามันไม่ได้มีเพียงแค่รสชาติถูกปากใครต่อใครเท่านั้น
แต่มันยังมากด้วยประโยชน์อีกด้วย
แต่การที่จะดึงเอาประโยชน์ของมันมาได้อย่างเต็มที่หรือไม่
ก็อยู่ที่ตัวของผู้บริโภคเองในการเลือกรับประทานช็อคโกแลตอย่างถูกต้องและเหม
าะสม

ขอให้มีความสุขไปกับการรับประทานช็อคโกแลตกันต่อไป…

Read More

กินอย่างไรให้ไม่อ้วน รวมเคล็ดลับการรับประทานอย่างถูกต้อง

รู้กันอยู่แล้วว่าการกินคือปัจจัยสำคัญให้คนเราอ้วนขึ้นมา
แต่อันที่จริงถ้าเลือกทานอาหารอย่างถูกต้องแล้ว
ความอ้วนก็จะเป็นสิ่งที่อยู่ห่างไกล ไม่มีอะไรให้ต้องกังวลเลย

ก่อนอื่นเราต้องมาเรียนรู้ก่อนว่าการที่เราจะลดความอ้วนนั้น
การอดอาหารเป็นสิ่งที่ผิด ที่ถูกต้องที่สุดก็คือการรับประทานอาหารตามปกติ
แต่ต้องควบคุมให้มันถูกต้องต่างหาก
นี่คือสิ่งที่ควรทำควบคู่ไปกับการออกกำลังกาย
ทุกอย่างไม่จำเป็นจะต้องหักโหมเลย เพียงแค่ทำให้ถูกวิธี
แล้วรูปร่างของเราก็จะเป็นไปในแบบที่เราอยากให้เป็นเอง

อาหารที่ควรหลีกเลี่ยงก็คือแป้งกับน้ำตาล
จริงอยู่ที่ว่ามันเป็นอาหารที่ทำให้ร่างกายเราได้รับพลังงาน
แต่เชื่อเถอะว่าทุกวันนี้หลายคนได้รับพลังงานเกินกว่าความจำเป็นต่อวัน
นั่นทำให้ร่างกายเราเก็บเอาพลังงานไปสะสมเป็นไขมันในระยะยาว
ดังนั้นถ้าเป็นไปได้ก็ควรที่จะทานอาหารอย่างเช่นข้าวขาว, ขนมปังขาว
หรือว่าน้ำตาลทราย ให้น้อยลง

การรับประทานอาหารนั้นเราสามารถที่จะแบ่งออกเป็นมื้อย่อยๆ 5 มื้อต่อวันก็ได้
เพื่อให้ร่างกายได้รับพลังงานอย่างสม่ำเสมอ แต่ให้แน่ใจด้วยว่ามื้อย่อยๆ
นั้นคืออาหารในปริมาณที่น้อยกว่าการรับประทานมื้อปกติ
โดยมื้อที่ควรต้องให้ความสำคัญมากที่สุดก็คือมื้อเช้าและมื้อเย็น
ควรเลือกให้ร่างกายได้รับสารอาหารครบหมู่
เพื่อให้ร่างกายพร้อมที่จะเผชิญกับการใช้ชีวิตประจำวัน

การดื่มน้ำเปล่าบ่อยๆ ก็เป็นสิ่งที่ควรทำอย่างยิ่ง
เพราะว่าจะทำให้ร่างกายได้รับน้ำเพียงพอต่อวัน
ไม่ต้องกลัวว่าถ้าดื่มมากเกินไปแล้วจะเป็นอันตรายหรือว่าบวมน้ำ
เพราะร่างกายจะขับออกทางปัสสาวะอยู่แล้ว การดื่มน้ำบ่อยๆ จะทำให้เราสดชื่น
และทำให้ไม่ค่อยรู้สึกหิวในเวลาที่ไม่จำเป็นอีกด้วย

การรับประทานอาหารเคร่งครัดเช่นนี้
บางคนอาจจะกังวลว่าจะทำให้เราไม่ได้กลับไปสัมผัสกับของอร่อยๆ
ที่เราชื่นชอบกันอีกแล้ว แต่อันที่จริงแล้วมันก็ไม่ได้สลักสำคัญอะไรขนาดนั้น
ในสัปดาห์หนึ่งเราสามารถเลือกทานอาหารที่ชื่นชอบสักมื้อสองมื้อก็ได้ไม่เป็นไร
ถือเป็นการให้รางวัลกับชีวิตบ้าง หลังจากที่ควบคุมอาหารการกินมาโดยตลอด
ถือเป็นความสุขเล็กๆ น้อยๆ จากการกิน
ซึ่งมนุษย์ทุกคนก็สมควรได้รับกันบ้างอยู่แล้วในชีวิต

นี่ก็คือเคล็ดลับดีๆ สำหรับการรับประทานอาหารอย่างถูกต้อง
เชื่อว่ามันจะมีประโยชน์อย่างมากสำหรับใครก็ตามที่เริ่มกังวลเรื่องความอ้วน
ลองปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์กันดูสักเล็กน้อย แล้วในระยะยาว
รูปร่างของเราก็จะดีขึ้นมาเอง…

Read More

“ใบบัวบก” สรรพคุณที่มีดีมากกว่า “แก้ช้ำใน”

หลาย ๆ คนคงได้ยินผู้ใหญ่พูดมาว่า “เวลาช้ำในให้ดื่มน้ำใบบัวบก”
แต่รู้หรือไม่ว่านอกจากใบบัวบกจะช่วยแก้อาการช้ำในได้แล้ว ก็ยังมีสรรพคุณดี ๆ
ซ่อนอยู่อีกมากมาย ที่ไม่รอให้ช้ำในถึงจะทานได้ ว่าแต่จะมีอะไรบ้างตามมาดูกัน
ประโยชน์ของ “ใบบัวบก”
1. ลดอาการอักเสบและแก้ช้ำใน
2. เสริมสร้าง และช่วยกระตุ้นอิลาสติน และคอลาเจน ช่วยให้ผิวสวยงาม
3. บำรุงระบบประสาทและสมอง ลดอัตราการเกิดโรคอัลไซเมอร์ หรือสมองเสื่อม
และช่วยเพิ่มความสามารถในการจำ
4. ในใบบัวบกจะมีวิตามินเอสูง ซึ่งจะช่วยในการบำรุงและรักษาสายตาได้เป็นอย่างดี
5. แก้อาการวิงเวียนศีรษะ และบรรเทาอาการปวดหัว
6. ช่วยคลายความกังวลและลดความตึงเครียด
7. ลดระดับน้ำตาลในเส้นเลือดได้เป็นอย่างดี
8. ช่วยรักษาโรคความดันโลหิตสูง

9. รักษาภาวะโลหิตจาง และช่วยบำรุงโลหิต
10. ช่วยบรรเทาอาการกระหายน้ำ เจ็บคอ และร้อนใน
สำหรับวิธีการทำน้ำใบบัวบกดื่มก็ง่ายแสนง่าย สามารถทำได้ที่บ้าน
เพียงแค่นำใบบัวบกทั้งต้นมาล้างน้ำให้สะอาด จากนั้นก็หั่นต้นและใบบัวบกออกเป็น 2
หรือ 3 ท่อน แล้วนำใบบัวบกมาปั่นรวมกับน้ำเปล่า โดยใส่น้ำเปล่าให้ท่วมใบบัวบก
เมื่อปั่นเสร็จแล้วก็น้ำมากรองนำกากออก เป็นอันว่าเสร็จ
โดยสามารถนำน้ำผึ้งมาปรุงรสได้เล็กน้อย เพื่อเพิ่มความอร่อยและลดความขม
โดยกระทรวงสาธารณะสุขแนะนำให้ดื่มหลังอาหารวันละ 3 ครั้ง ครั้งละ 120 – 200
มิลลิตร…

Read More

5 วิธีอาบน้ำที่ผิดๆ

แน่นอนว่าปัจจุบัน ท่ามกลางอากาศที่ร้อนอบอ้าว
หนึ่งในวิธีที่ช่วยให้เราผ่อนคลายได้มากที่สุด คงหนีไม่พ้น
การอาบน้ำให้สดชื่น ซึ่งถือเป็นหนึ่งในกิจวัตรหลักประจำวันอยู่แล้ว
แต่เราจะรู้ได้อย่างไรว่า ที่เราอาบน้ำอยู่ในทุกๆวันนั้น
เป็นวิธีที่ถูกต้องและดูแลผิวพรรณเราได้จริงๆ ดังนั้น ถ้าใครยังไม่แน่ใจ
เราเชื่อว่า บทความนี้จะเป็นประโยชน์ กับหัวข้อที่ว่า 5 การอาบน้ำทำร้ายผิวแบบไม่รู้ตัว

เริ่มจากอาบแต่น้ำร้อน
คนส่วนใหญ่ มักอาบน้ำอุ่นหรือน้ำร้อน จนชิน ไม่เว้นแม้แต่ฤดูร้อน
แต่รู้หรือไม่ว่า การอาบน้ำร้อนบ่อยๆ
เป็นหนึ่งในการทำลายผิวของเราแบบไม่รู้ตัว เพราะทำให้ผิวเป็นขุย
อีกทั้งยังเป็นการขจัดน้ำมันบนผิวของเรามากเกินไป
ส่งผลให้ผิวหนังไม่สามารถป้องกันตัวเองได้แบบเป็นธรรมชาติ
ที่สำคัญอาจส่งผลให้ผิวหนังอักเสบได้ด้วย

อาบน้ำนานเกินไป
หลายคงอาจเพลิดเพลินกับการอาบน้ำให้ชุ่มฉ่ำ แต่จริงๆแล้ว การอาบน้ำนาน
ก็ไม่ใช่เรื่องดีนัก เมื่อเป็นอีกหนึ่งปัจจัย ทำร้ายผิวทางอ้อม
ไม่ต่างอะไรกับการอาบน้ำร้อน เนื่องจากยิ่งอาบน้ำ ยิ่งทำให้ผิวแห้งก้าน และ
ระคายเคืองง่ายกว่าเดิม ดังนั้น เวลาที่เหมาะสมควรอยู่ที่ 10-15 นาทีเท่านั้น

อาบด้วยครีมประจำ
ในขณะที่เราอาบน้ำที่มีฟองมากจากครีม ก็เท่ากับว่า
เรายิ่งเจอสารเคมีมากเช่นกัน ซึ่งชัดเจนว่า มันจะทำลายน้ำมันหล่อลื่นบนผิว
ส่งผลให้ผิวของเรา แห้งและหยาบกร้าน เหนือสิ่งอื่นใด เราเข้าใจได้ว่า
หลายคนอาจติดใจกับครีมอาบน้ำ แต่ถ้าเลี่ยงได้ ก็ไม่ควรใช้ทุกวัน

ใช้ฟองน้ำช่วยขัดถูตัว
เป็นอีกหนึ่งวิธี อาบน้ำที่ไม่ควรใช้ เนื่องจาก ฟองน้ำ ส่วนใหญ่
เป็นตัวสะสมแบคทีเรียและเชื้อราชั้นดี ดังนั้น ถ้าเป็นไปได้ ควรเปลี่ยนทุกๆ
หนึ่งเดือน หรือ 4 สัปดาห์ หรือใช้ผ้าเช็ดตัวปกติแทน ที่สำคัญ
ควรทำให้มันแห้ง หลังจากใช้งานเรียบร้อย

เช็ดตัวแรงเกินไป
ปิดท้ายกันที่ หลังอาบน้ำเสร็จ เราไม่ควรเช็ดตัวด้วยความแรงเกินไป
กลับกันควรใช้ผ้าเช็ดตัวที่มีความอ่อนนุ่ม และ เช็ดตัวพอหมาดๆเท่านั้น
แล้วจากนั้นทาครีมบำรุง เพื่อเพิ่มความชุ่มชื่นให้ผิว…

Read More