วิธีถนอมสายตาให้ใช้งานมีประสิทธิภาพ ไม่เสื่อมก่อนวัยอันควร

เรื่องของสายตาถือเป็นสิ่งที่มีความสำคัญต่อการดำรงชีวิตของคนเราดังนั้นจึงไม่ควรปล่อยปละละเลย
และนี่ก็คือแนวทางการวิธีถนอมสายตาให้มีการใช้งานมีประสิทธิภาพและไม่เสื่อมก่อนวัยอันควร
ก่อนอื่นเลยคือเรื่องของอาหารการกินถ้าหากว่าเรารับประทานอาหารอย่างถูกต้อง สายตาของเราก็จะมีสุขภาพที่ดี
โดยให้เน้นไปที่อาหารที่มีกรดไขมัน โอเมก้า 3, ลูทีน, ซิงค์, วิตามินซี และวิตามินอี
สารอาหารเหล่านี้จะช่วยลดโอกาสเกิดโรคทางสายตาอย่างเช่นจอตาเสื่อมและต้อ กระจกได้พอสมควร
สำหรับอาหารที่มีสารอาหารเหล่านี้ก็คือ ผักใบเขียวต่างๆ
เช่นบร็อคโคลี่และผักโขม, ผลไม้ต่างๆ โดยเฉพาะส้ม, กีวี่ และองุ่น
นอกจากนี้ก็สามารถเลือกรับประทานอาหารเสริมที่มีลูทีนโดยเฉพาะก็ได้
ให้เน้นไปที่อาหารเสริมที่มีลูทีนโดยเฉพาะ ไม่ใช่ว่ารวมเอาวิตามินต่างๆ เข้ามาด้วย เพราะจะทำให้เราได้รับลูทีนน้อย
แต่ถ้าเป็นไปได้ให้เลือกรับประทานอาหารที่มีลูทีนแทนจะดีกว่า
เพราะร่างกายจะดูดซึมสารอาหารได้ดีกว่าการรับประทานจากอาหารเสริม
พฤติกรรมการใช้ชีวิตก็มีส่วนต่อสุขภาพสายตาเช่นกัน
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคปัจจุบันที่คนใช้คอมพิวเตอร์หรือว่าโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟนมากขึ้น
ทุกวันนี้คนอยู่หน้าจออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เหล่านี้เป็นเวลานานหลายชั่วโมงต่อวัน
ซึ่งในระยะยาวแล้วมันจะส่งผลเสียต่อสุขภาพสายตาอย่างแน่นอนดังนั้นจึงควรเว้นระยะห่างของสายตากับอุปกรณ์เหล่านั้นให้พอดีๆ
ไม่เร่งแสงสว่างมากจนเกินไป และพยายามพักสายตาทุกๆ ครึ่งชั่วโมงลองกระพริบตาให้ดวงตากลับมาชุ่มชื้นก็เป็นเรื่องดี
สำหรับคนที่ใส่คอนแท็กเลนส์มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องรักษาความสะอาดด้วย
เพราะว่ามันมีโอกาสทำให้เราติดเชื้อได้เหมือนกันที่ดวงตาดังนั้นจึงควรล้างมือให้สะอาดก่อนใส่และถอดเลนส์ทุกครั้ง ทำให้ถูกวิธี
ไม่ควรสวมในเวลานอนหลับ หรือว่าใส่ว่ายน้ำเพราะมีความเสี่ยงอย่างยิ่งที่จะทำให้ดวงตาของเราเกิดอาการระคายเคือง
และยังอาจจะทำให้ติดเชื้อได้ด้วยในภายหลังสิ่งสำคัญอีกอย่างก็คือการหมั่นตรวจสายตาเป็นประจำ
สำหรับใครก็ตามที่ตรวจสุขภาพประจำปีตลอดอยู่แล้วส่วนใหญ่การตรวจก็จะรวมเอาการตรวจสายตาอยู่ในนั้นด้วย
นี่คือเรื่องที่เราควรทำเป็นประจำเพราะหากมีอะไรผิดปกติจะได้รักษาแก้ไขได้ทันท่วงที
ช่วยลดโอกาสที่อาการจะหนักขึ้นทั้งหมดนี้ก็คือแนวทางคร่าวๆ ในการดูแลรักษาสุขภาพสายตาของเรา
ถ้าทำได้ตามนี้ก็เชื่อว่ามีโอกาสสูงที่สายตาจะมีสุขภาพดีไปอย่างยาวนาน
ไม่จำเป็นต้องปวดหัวกับอาการเสื่อมต่างๆ ที่มาก่อนวัยอันควร…

Read More

ไม่อยากทนทุกข์ทรมานกับสิว ต้องปรับพฤติกรรมเหล่านี้

สิวถือเป็นหนึ่งในปัญหาเกี่ยวกับความสวยความงามที่กวนใจมนุษย์เรามาช้านาน
แน่นอนว่าใครก็ย่อมไม่อยากเป็นกันทั้งนั้น ซึ่งถ้าไม่อยากทนทุกข์ทรมานกับสิวก็ต้องปรับพฤติกรรมเหล่านี้
อย่างแรกเลยก็คือการรักษาความสะอาด
เราไม่ควรที่จะใช้มือสัมผัสกับใบหน้าบ่อยๆ โดยไม่จำเป็น
เพราะในการใช้ชีวิตประจำวันนั้นมือของเราจะมีเชื้อโรครวมไปถึงแบคทีเรียเป็นจำนวนมาก
ซึ่งหากนำมาสัมผัสกับใบหน้าโดยตรงก็อาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดสิวขึ้นได้
ขณะเดียวกันความสะอาดของสิ่งต่างๆ ที่จะต้องสัมผัสกับใบหน้าเราโดยตรง
เช่นผ้าเช็ดหน้าหรือว่าหมอน ก็ควรที่จะทำให้มันสะอาดอยู่ตลอดเวลาด้วย
ขณะที่อุปกรณ์ที่ทุกคนใช้กันในปัจจุบันอย่างสมาร์ทโฟนก็อย่าได้มองข้าม
ควรรักษาความสะอาดให้ดีด้วย เพราะเมื่อเรารับสายแต่ละครั้งใบหน้าของเราก็จะไปสัมผัสกับหน้าจอของมัน
ซึ่งถ้าเราไม่เคยทำความสะอาดมันเลยหน้าจอสมาร์ทโฟนนี่แหละคือแหล่งรวมเชื้อโรคชั้นดี
ต่อมาก็คือการไม่บีบสิวเองถ้าหากว่าไม่มีความรู้เพียงพอ
นี่อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดแผลเป็นหรือว่าใบหน้าเกิดหลุมขึ้นมาได้
ดีไม่ดีถ้าหากเราบีบไม่ดีก็จะยิ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้รอยสิวนั้นลุกลามบานปลายให้เครียดหนักกว่าเดิม
ทางที่ดีควรปล่อยให้เป็นหน้าที่ของแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญเป็นคนลงมือจัดการจะดีกว่า ซึ่งก็ต้องศึกษากันให้ดีๆ
ก่อนด้วยว่าแพทย์คนนั้นเราสามารถไว้วางใจได้หรือไม่
ในขั้นตอนของการรักษาสิว เราอาจจะเห็นได้ว่าแพทย์จะจ่ายยารักษาสิวให้กับเรา
ซึ่งนั่นไม่ได้หมายความว่ายาตัวนั้นจะได้ผลกับเราเสมอไป
เพราะผิวหน้าของแต่ละคนก็ต้องการยารักษาสิวที่แตกต่างกันออกไป
โดยยารักษาสิวโดยทั่วไปแล้วจะเป็นกลุ่มยา benzoyl peroxide
ซึ่งมีฤทธิ์คอยฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งนี่เป็นต้นเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดสิว
แต่ว่ายาชนิดนี้จะไม่เหมาะกับคนที่ผิวแพ้ง่ายหากใช้ไปอาจจะทำให้ผิวหน้าเกิดความระคายเคืองเป็นอย่างมาก
มันไม่มีสูตรสำเร็จตายตัวว่ายารักษาสิวแบบไหนจะเหมาะกับใครบ้างของแบบนี้ต้องค่อยๆ เรียนรู้กันไป
หาแนวทางการรักษาสิวที่เหมาะสมกับตัวเองที่สุดรวมไปถึงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมบางอย่างที่ได้แนะนำเอาไว้อย่างเคร่งครัด
มันก็จะช่วยให้สิวลดลงได้พอสมควรทั้งนี้ใครที่เป็นสิวอยู่ก็อย่าได้เครียดไป การรักษาจำเป็นต้องใช้เวลา
แต่ถ้าทำทุกอย่างให้ถูกต้องแล้วล่ะก็สบายใจได้เลยว่าในอนาคตปัญหาสิวบนใบหน้าจะหมดไป เรื่องที่ทำให้เราหมดความมั่นใจก็จะค่อยๆ หายไปอย่างแน่นอน…

Read More

ไม่ต้องพึ่งแต่พารา! 6 อาหารลดอาการปวดหัว อร่อย ดีต่อสุขภาพ

ปวดหัว ถือเป็นอาการป่วยยอดฮิตของใครหลายๆ คน
ซึ่งทางออกที่คุนเคยคือการกินยาอย่างพาราเซตามอล แต่สำหรับคนไม่ต้องการทานยา
หรือมีอาการปวดหัวแค่เพียงเล็กน้อย ซึ่งหลายคนมักจะเกิดอาการนี้เป็นประจำ
และอยากหาทางออกอื่นๆ บ้าง จะต้องทำอย่างไร
คำตอบของคุณคือ การกินอาหารธรรมชาติ ซึ่งทำให้คุณไม่ต้องพึ่งยาพารา
เกินความจำเป็น เราลองมาดูกันว่า อาหารอะไรบ้างที่ทำให้คุณได้อิ่มท้อง
แถมยังเป็นยาช่วยรักษาร่างกายได้ด้วย
1. ปลาทะเล
ปลาทะเล เช่น ปลาทู ปลาแซลมอน ปลากะพง นอกจากอร่อยแล้ว
ยังมีประโยชน์มหาศาล เนื่องจากปลาทะเลมีโปรตีนสูง
ซึ่งมีส่วนช่วยในการทำทำหน้าที่ควบคุมระดับน้ำตาลในร่างกายให้คงที่
เมื่อระดับน้ำตาลคงที่อาการปวดหัวก็จะลดลง
นอกจากนี้ ในปลาทะเลยังมีกรดไขมันโอเมก้า-3
ที่เป็นกรดไขมันที่จำเป็นต่อร่างกายเป็นตัวช่วยลดการอักเสบ
ช่วยลดอาการปวดได้อีกด้วย
2. กล้วย
กล้วย ถือเป็นผลไม้ที่หาง่าย มีหลากหลายสายพันธุ์
หากินได้ง่ายไม่ว่าจะเป็นฤดูไหน ที่สำคัญคือราคาไม่แพง
กล้วยยังเป็นผลไม้ที่อุดมด้วยสารอาหารที่ดีต่อร่างกายหลายชนิด ทั้งวิตามินเอ วิตามินบี
วิตามินซี และที่สำคัญมีแร่ธาตุโพแทสเซียม ที่ช่วยปรับสมดุลแร่ธาตุในร่างกาย
จากการศึกษาพบว่ากล้วยช่วยลดความเครียดและทำให้เกิดความสุขได้อีกด้วย
3. ขิง
ขิง หลายๆ คนอาจจะไม่ชอบรสชาติ แต่จัดว่าเป็นสมุนไพรแบบไทย ๆ
ที่มีประโยชน์อย่างยิ่ง สามารถนำมาปรุงอาหารได้ทั้งคาวและหวาน หรือเครื่องดื่ม
ขิงจะช่วยให้ผ่อนคลาย เลือดลมไหลเวียนได้ดี
4. ผักใบเขียว
ขึ้นชื่อว่า ผัก ก็รู้ทันทีว่าต้องมีประโยชน์แน่ๆ ไม่ว่าจะเป็น ผักโขม ผักคะน้า ตำลึง
ผักใบเขียว นอกจากจะมีใยอาหารสูง ช่วยให้ขับถ่ายของเสียออกมาได้ดีแล้ว
ยังมีสารคลอโรฟิลล์ที่เปรียบเสมือนตัวล้างพิษทำให้ร่างกายสามารถรับออกซิเจนได้มาก
ขึ้น อาการปวดก็จะลดลง
5. ธัญพืชธรรมชาติไม่ขัดสี
ธัญพืชธรรมชาติไม่ขัดสี จำพวก ข้าวกล้อง ข้าวโอ๊ต ลูกเดือย ถั่วแดง งา
อาหารในกลุ่มนี้จะมีวิตามินในกลุ่มวิตามินบีสูง
ซึ่งเป็นตัวช่วยในสารสื่อประสาทของร่างกายให้ทำงานได้ดีช่วยลดอาการปวดหัวได้อีกด้วย
6. ข้าวโพด
ข้าวโพด เป็นพืชที่มีประโยชน์มากกว่าที่หลายๆ คนคาดคิด เนื่องจากข้าวโพด
มีวิตามินบี 3 หรือไนอะซินสูง มีส่วนช่วยให้การไหลเวียนเลือดไปสู่สมองได้ดีขึ้น
และลดความตึงเครียดของกล้ามเนื้อได้…

Read More

การเคารพสิทธิของผู้อื่นคือค่านิยมในสังคมไทย

อย่างแรกคือเวลาที่คนไทยขับรถเมื่อไรก็ตามที่อยู่หลังพวงมาลัยแม้แต่น้ำเสียงเล็กๆน้อยๆที่มีให้กันก็ดูกลายเป็นของหายาก
และนั้นก็ทำให้ท้องถนนในเมืองไทยกลายเป็นหนึ่งในสถานที่อันตรายอันดับต้นๆของโลกไปเลย
อย่างที่สองคือเวลาที่นักฟุตบอลไทยลีกอยู่ในสนามผู้ตัดสินกลายเป็นเป้าหมายหลักของผู้เล่นจะใช้พฤติกรรมก้าวร้าวใส่และความเคารพที่มีต่อกันก็ถูกโยนทิ้งใปนอกหน้าต่าง
โอเคแม้ว่าสองเรื่องนี้จะไม่เหมือนกันซะทีเดียวเพราะเวลานักบอลตะโกนใส่กรรมการมันก็ไม่น่าจะมีใครตาย
แม้ว่าผู้ตัดสินบางคนอาจจะมีความรู้สึกกลัวตัวตายกันบางถ้าเกิดต้องเจอแฟนบอลไล่ล่าตัวหลังจบเกมฟุตบอลเป็นกีฬาที่มีอารมณ์
ร่วมสูงเราจึงเข้าใจได้ว่าทำไมนักฟุตบอลที่ไทยบางทีถึงน็อตหลุดกับคำตัดสินที่ส่วนใหญ่ต่ำกว่ามาตราฐาน
โชคร้ายมันอยู่ตรงที่ว่าบางทีมาตรฐานของการตัดสินมันก็ไม่ใช่ประเด็นเสมอไป
เพราะดูเหมือนว่าตอนนี้ผู้เล่นจะเริ่มมีนิสัยประท้วงทุกๆคำตัดสินและก้พากันมาตามตอแยสิงห์เชิ๊ตดำด้วยอารมร์ที่คุกรุ่นบางทีม
หรือผุ้เล่นสโมสรดูแย่ไปกว่านั้นตอนที่กรูกันไปประท้วงกรรมการด้วยอารมณ์โกรธใครมาเกรี้ยวกราดเวลาเสียผลประโยชน์ทั้งเวลาเสียจุดโทษหรือได้ใบเหลืองและใบแดง
พฤติกรรมแย่ๆแบบนี้กำลังจะกลายเป็นความเคยชินและดูเหมือนว่าจะไม่ค่อยมีใครพูดถึงปัญหานี้กันสักเท่าไหร่บ่อยครั้ง
ที่สิงห์เชิ๊ตดำก็ดูไม่อยากจะให้ใบเหลืองกับผู้เล่นที่เถียงผู้ตัดสินจนเกินพอดีแต่ถ้าไม่ทำแบบนั้นมันก็จะเป็นการสร้างความไม่พอใจให้กับผู้เล่นที่โดนจดชื่อด้วยข้อหาที่เบากว่านั้น
ทางออกสำหรับปัญหาคือผู้ตัดสินต้องหนักแน่นมากกว่านี้และสมฒสรก็ต้องพยายามลดพฤติกรรมแบบนี้ออกไปจากผู้เล่นในสังกัดของเขา
ฟุตบอลไทยในตอนนี้ยังมีโอกาสของเปลี่ยนพฤติกรรมของผุ้เล่นก่อนที่มันจะสายเกินไปมีหลายเกมมากเกิดไป
ที่การขาดวินัยส่งผลกับเกมโดยตรง ความเต็มใจที่จะร่วมกันเปลี่ยนแปลงทั้งจากสโมสร ผู้เล่น และกรรมการคือสิ่งจำเป็นเพื่อหยุดไม่ให้ปัญหาให้แย่ไปกว่านี้…

Read More

มะเขือพวง ลูกเล็ก ประโยชน์เพียบ

มะเขือพวง หรือ มะเขือละคร, มะแว้งช้าง, มะแคว้งกุลา,หมากแข้ง หรือ ลูกแว้ง ชื่อเรียกตามท้องถิ่นต่างๆ ทั่วไทย
คือพืชที่ขึ้นได้ทั่วไปในเขตร้อน โดยมีต้นกำเนิดในแอนทิลลีสตั้งแต่รัฐฟลอริดา หมู่เกาะเวสต์ อินดีส์ เม็กซิโก
ไปจนถึงอเมริกากลาง และทวีปอเมริกาใต้ด้วยความที่มีถิ่นกำเนิดในเขตร้อน ทำให้ มะเขือพวง
เป็นพืชที่ทนต่อโรคพืชต่างๆ ได้เป็นอย่างดีการเพาะปลูกจึงไม่จำเป็นต้องใช้ยาฆ่าแมลงแต่อย่างใด
จึงค่อนข้างมั่นใจได้ว่าการรับประทานมะเขือพวงจะได้ประโยชน์และปลอดสารพิษอย่างแน่นอน
โดยในประเทศไทย รู้จักมะเขือพวงมานานนิยมนำผลมาใช้ประกอบอาหารหลากหลายเมนู อาทิเช่น แกงป่า
แกงคั่วปลาไหล แกงอ่อมปลาดุก แกงเขียวหวาน แกงเนื้อ
น้ำพริกกะปิ น้ำพริกแมงดา น้ำพริกกุ้งสด น้ำพริกไข่เค็มปลาร้าทรงเครื่อง และ ผัดเผ็ด เป็นต้น
ซึ่งนอกจากการเป็นผักที่ช่วยให้หลากหลายเมนูเพิ่มความอร่อยเป็นเท่าตัวแล้ว มะเขือพวง ยังมีคุณประโยชน์อีกมากมาย
ทว่าการที่มันมีสารโซลานีนทำให้ผู้ที่เป็นโรคไขข้อควรหลีกเลี่ยงการรับประทาน
เพราะสารนี้จะทำให้เกิดความไม่สมดุลของแคลเซียมในร่างกายแต่ข้อดีคือ มะเขือพวง
ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยเบาหวานได้มีฤทธิ์ช่วยลดอนุมูลอิสระ
มีเส้นใยที่ช่วยดูดซับไขมันส่วนเกินได้ดีเยี่ยม นั่นทำให้ มะเขือพวงเป็นพืชที่สามารถรักษาโรคร้ายได้อย่างชะงัด โดยเฉพาะ
โรคกระเพาะ ที่ มะเขือพวงมีฤทธิ์ต้านการเกิดแผลในกระเพาะอาหารที่เกิดจากการใช้ยา
แอลกอฮอล์ และความเครียด นั่นจึงทำให้ มะเขือพวงสามารถช่วยรักษาแผลในกระเพาะอาหารให้หายไปเองได้โดยไม่ต้องพึ่งยา
โรคเบาหวาน เนื่องจาก มะเขือพวง มีสารเพกตินอยู่เยอะสามารถช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในผู้ป่วยโรคเบาหวานได้
โดยสารนี้จะมีหน้าที่ช่วยเคลือบผิวในลำไส้ทำให้อาหารเคลื่อนตัวผ่านลำไส้ได้ช้า
จึงช่วยดูดซึมแป้งและน้ำตาลที่ย่อยแล้วได้ช้าลงทำให้ระดับของน้ำตาลในเลือดคงที่
โรคไขมันอุดตันในเส้นเลือด การที่ มะเขือพวงมีกลุ่มสารทอร์โวไซด์
ซึ่งช่วยลดระดับโคเลสเตอรอลในกระแสเลือดได้รวมทั้งยับยั้งการดูดซึมกลับของโคเลสเตอรอลในลำไส้ด้วย
จึงอาจช่วยป้องกันโรคไขมันอุดตันในเส้นเลือดได้อีกทางหนึ่ง
ปิดท้ายที่โรคขาดสารอาหาร การที่ มะเขือพวงมีสารจำพวกไฟโตนิวเทียนท์
ที่จะช่วยให้ผู้ที่เป็นโรคขาดสารอาหาร กลับมาเป็นปกติและร่างกายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
มันจึงเป็นพืชที่ช่วยให้เจริญอาหารได้เป็นอย่างดีนอกจากนี้ มะเขือพวง ยังมีคุณประโยชน์อีกมากมาย
ไม่ว่าจะเป็น รักษาความดันป้องกันความเสื่อมของเซลส์ในร่างกาย แก้อาการภูมิแพ้ บำรุงไต
และต้านการอักเสบได้ แม้จะมีรสชาติที่ไม่ถูกปากนักแต่รับรองใครที่ไม่แข็งแรง หากได้ทานเป็นประจำอาการดีขึ้นทันควันแน่นอน…

Read More

เคล็ดลับ 1 เดือน สร้างกล้ามเนื้อให้แข็งแกร่ง

หากคุณอยู่ระหว่างออกกำลังกายเพื่อหวังที่จะสร้างกล้ามเนื้อแต่อาจรู้สึกว่าไม่ว่าจะลองทำวิธีไหนก็ได้ผลลัพธ์ไม่ดีเท่าที่ควร
กล้ามไม่ใหญ่ขึ้นตามที่ตั้งใจไว้ วันนี้เรามีเคล็ดลับดี ๆที่สามารถเสริมความแข็งแรงให้กล้ามเนื้อมาฝากกัน
บริหารร่างกายโดยเน้นท่าที่ใช้แรงมากๆ
หากต้องการเสริมความแข็งแกร่งให้กล้ามเนื้อ ควรออกกำลังด้วยท่า Compound Lift
เพราะเป็นท่าบริหารที่ใช้กล้ามเนื้อหลายส่วนพร้อมกัน เช่น Squat, Deadlift, Bench
Press, Military Press, Row และ Pull up
นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มระดับฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนที่ร่างกายใช้ในการกระตุ้นการเจริญเติบโตของกล้ามเนื้ออีกด้วย
ไม่ต้องเพิ่มจำนวนครั้งแต่เน้นเพิ่มจำนวนเซต จำนวนเซตที่มากขึ้นจะทำให้คุณใช้พลังงานมากกว่าการเพิ่มจำนวนครั้ง
ขณะเดียวกันก็มีผลการศึกษาที่ปรากฏในวารสารของ Journal of Strength and
Conditioning Research รายงานว่าการออกกำลังกายแบบไม่จำกัดจำนวนครั้งต่อเซตจำนวน 2 เซต
จะช่วยกระตุ้นกล้ามเนื้อให้ตื่นตัวและเพิ่มฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนให้กับกล้ามเนื้อได้เป็นอย่างดี
เพิ่มน้ำหนัก = เพิ่มพลัง
การเพิ่มน้ำหนักใส่เวททุกครั้งที่ยก คือ วิธีที่จะเพิ่มความแข็งแรงให้กล้ามเนื้อแบบง่าย ๆ
ซึ่งเมื่อบวกกับการกินอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายในปริมาณที่เพียงพอ
ก็จะช่วยเสริมพลังงานให้กล้ามเนื้อส่วนต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ควรกินอาหารที่พลังงานพอดีกับการสร้างกล้ามเนื้อควรกินอาหารวันละ 5-6 มื้อ
เพื่อให้มีพลังงานมากกว่าอัตราการเผาผลาญพลังงานขณะพัก 500 แคลอรีขึ้นไป
จึงจะเพียงพอต่อการสร้างและรักษากล้ามเนื้อตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกายกินโปรตีน 1.5 เท่าของน้ำหนักตัว
โปรตีนเป็นสิ่งที่จำเป็นในการสร้างกล้ามเนื้อเป็นอย่างยิ่ง ดังนั้น
ถ้าอยากได้ผลลัพธ์ที่ดีควรกินโปรตีนให้มากเข้าไว้
ซึ่งแหล่งอาหารที่มีโปรตีนมากที่สุดคือ ปลา เนื้อ ไข่ ถั่ว และอาหารที่ทำจากแป้งโปรตีนเป็นต้น
กินคาร์โบไฮเดรตชนิดดีและผัก
อาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตไม่ดี เช่น ข้าวขาว เค้ก และขนมปังขาวอาจทำให้เกิดโรคอ้วนและโรคเรื้อรังต่าง ๆ ได้
ซึ่งควรเปลี่ยนมากินอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตชนิดดีอย่าง มันฝรั่ง ผลไม้ เมล็ดควินัว
และขนมปังโฮลเกรน ซึ่งจะช่วยเพิ่มพลังงานและแร่ธาตุต่าง ๆ ให้กับร่างกายในการนำไปสร้างกล้ามเนื้อ
ขณะที่การกินผักจะช่วยเพิ่มวิตามินและสารอาหารที่ร่างกายต้องการโดยปราศจากไขมันส่วนเกิน
ทำคาร์ดิโอแอโรบิกทุกสัปดาห์
การฝึกแบบคาร์ดิโอแอโรบิกจะช่วยสร้างความแข็งแกร่งให้กล้ามเนื้อได้อย่างรวดเร็ว
คุณจะสามารถออกกำลังกายได้หนักขึ้นเรื่อย ๆ และฟื้นฟูกล้ามเนื้อได้รวดเร็วขึ้น
ทั้งนี้การวิ่งจ๊อกกิ้ง ไม่เพียงแต่จะกระตุ้นระบบไหลเวียนเลือดแต่ยังช่วยให้ลดน้ำหนักได้ด้วยเช่นกัน
นอนหลับอย่างน้อยวันละ 8 ชั่วโมง
ช่วงที่คุณนอนหลับนั้น เป็นเวลาที่ดีที่สุดที่โกรทฮอร์โมนจะถูกผลิตออกมาจำนวนมาก
ขณะที่การอดนอนหรือนอนน้อยจะขัดขวางการสร้างฮอร์โมนชนิดนี้รวมถึงการซ่อมแซมกล้ามเนื้ออีกด้วย…

Read More

ชะอม สรรพคุณดีตำลึง ผักริมรั้ว ยั่วน้ำลายไหล

ชะอม เป็นไม้พุ่มขนาดย่อมเป็นพืชที่ตลอดทั้งลำต้นและกิ่งมีหนามแหลม
มีใบเป็นใบประกอบเล็กๆ ลักษณะเหมือนใบกระถินมีกลิ่นฉุนทุกส่วนของต้น
ปลายใบเล็กแหลมสามารถหุบลงได้ในตอนเย็นเมื่อแดดออกจะมีการกางใบออกเพื่อรับแสงแดด
ใบอ่อนนิยมนำมารับประทานดอกชะอมจะออกตามซอกใบมีสีขาวหรือเหลืองนวล
ปลูกขึ้นได้โดยวิธีปักชำ ตอนกิ่ง ทนทานกับสภาพแวดล้อมได้ดี
เป็นพืชที่มีถิ่นกำเนิดแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเอเชียใต้
ซึ่งตามบรบทของสังคมไทย ชะอมจัดเป็นพืชสวนครัวที่สามารถปลูกเป็นแนวกั้น
มียอดอ่อนให้ตัดกินได้ทุกฤดูกาล เป็นรั้วธรรมชาติที่กินได้และยังเป็นพืชปลอดสารพิษที่หากินได้ง่าย ราคาไม่แพง
ถึงแม้จะมีกลิ่นค่อนข้างแรง แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาเพราะมีคุณค่าทางอาหารสูง
นอกจากนี้ ชะอมยังเอามาประกอบเมนูอาหารได้อย่างหลากหลาย อร่อย
แถมยังมีสรรพคุณทางยาอีกด้วย เพราะใน ใบชะอม 100 กรัม
ประกอบด้วย พลังงาน 57 กิโลแคลอรี่, เส้นใยอาหาร 5.7 กรัม,
ฟอสฟอรัส 80 กรัม, แคลเซียม 58 กรัม, ธาตุเหล็ก 4.1 มิลลิกรัม,
วิตามินเอ 10066 IU (หน่วยสากล), วิตามินบี1 0.05 มิลลิกรัม,
วิตามินบี2 0.25 มิลลิกรัม, วิตามินบี 31.5 มิลลิกรัม และ วิตามินบี58 มิลลิกรัม
นั่นทำให้ ชะอม มีสรรพคุณในการบำรุงสายตาเพราะชะอมอุดมไปด้วยวิตามินเอ
ช่วยต่อสู้กับอนุมูลอิสระในร่างกายได้เป็นอย่างดี
แถมยังมีใยอาหารสูง จึงช่วยระบายท้อง แก้อาการท้องผูกทำให้ระบบขับถ่ายดีขึ้น
ขณะเดียวกัน ชะอม ยังลดความร้อนในร่างกายด้วยการนำยอดอ่อนมารับประทาน
ส่วนนี้เป็นส่วนที่นิยมรับประทานกันมากที่สุด
และยังช่วยขับลมในกระเพาะอาหาร ช่วยลดลมในกระเพาะทำให้คลายจากอาการท้องอืดท้องเฟ้อได้
เท่านั้นไม่พอ ชะอม ยังบำรุงเส้นเอ็นป้องกันไม่ให้เส้นเอ็นเสื่อมได้ง่ายๆ
และยังช่วยให้เส้นเอ็นแข็งแรงอีกด้วย พร้อมทั้ง แคลเซียมสูง
เป็นผลดีกับผู้หญิงวัยทองที่กำลังจะเข้าสู่ภาวะกระดูกพรุน
เพราะอุดมไปด้วยแคลเซียมที่เป็นผลดีกับกระดูกและฟัน
อีกทั้ง ชะอม ยังช่วยรักษาการอักเสบ เช่น อาการอักเสบที่ลิ้น
และลดอาการผื่นแดง มีฟอสฟอรัสสูง ช่วยให้วิตามินต่างๆ
ทำหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพเต็มที่ และอุดมไปด้วยธาตุเหล็กช่วยในการบำรุงเลือด
ช่วยให้ระบบการหมุนเวียนไปหล่อเลี้ยงร่างกายได้ดีขึ้น
อย่างไรก็ตาม ใช่ว่าใครก็ได้จะบริโภคชะอม
โดยเฉพาะผู้ที่ให้นมบุตร จะทำให้น้ำนมลดน้อยจนถึงแห้ง
เช่นเดียวกับคนที่เป็นเกาต์ จะยิ่งปวดกระดูกเพิ่มขึ้น
เพราะมีสารพิวลีนสูง เมื่อเป็นกรดยูลิกจะทำให้โรคเกาต์แย่ลงนั่นเอง…

Read More

เตรียมตัวให้ดีของเหล่าเฮลธ์ตี้เมื่อเจออากาศร้อน

ฝนตก อากาศร้อนชื้น สภาพอากาศแปรปรวน สายเฮลธ์ตี้อย่างเราเรื่องการออกกำลังกายยังไงก็ต้องมาก่อน
แล้วต้องเตรียมตัวอย่างไรเมื่อต้องออกกำลังกายในอากาศที่ร้อนชื้น
เชื่อหรือไม่ว่า การออกกำลังกายในสภาพอากาศที่ร้อนและอบอ้าวของเมืองไทยก็มีประโยชน์
เพราะช่วยเพิ่มพลาสมาในเลือดและปริมาตรเลือดส่งออกจากหัวใจ
รวมไปถึงทำให้ปริมาณออกซิเจนที่ร่างกายสามารถรับและนำไปใช้ได้เพิ่มสูงขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม
การออกกำลังกายในอากาศที่ร้อนและอบอ้าวอาจมีความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจากการที่ร่างกายทำงานหนักเกินไป
โดยเรามีวิธีการเตรียมพร้อมร่างกายก่อนออกไปต่อสู้กับการออกกำลังกายในสภาพอากาศร้อนและชื้นแบบเมืองกรุง

– น้ำดื่ม
ด้วยอากาศที่ร้อน อบอ้าวของบ้านเรา ก็ทำให้เราสูญเสียน้ำจากร่างกายมาก ไม่ว่าจะเป็นเหงื่อ หรือปัสสาวะ
ฉะนั้นควรดื่มน้ำอย่างน้อย 8 แก้วต่อวัน แต่สำหรับอากาศร้อนชื้นในช่วงนี้ร่างกายอาจต้องการน้ำถึง 3 ลิตร (12 แก้ว) ต่อวัน
สำหรับคนเฮลธ์ตี้แบบเราๆ ก่อนออกกำลังกายก็ให้ดื่มน้ำ 1-2 แก้ว ก่อนไปออกกำลังกายสัก 1 ชั่วโมง
หรือระหว่างการออกกำลังกายก็ให้พักดื่มน้ำทุก 10-15 นาที ให้ดื่ม ครึ่งแก้ว
และหลังออกกำลังกายสักครึ่งชั่วโมงก็ให้ดื่มน้ำ ประมาณ 2-3 แก้ว เพื่อให้ร่างการชดเชยการสูญเสียน้ำในร่างกาย

– ช่วงเวลาการออกกำลังกาย
แดดเปรี้ยงๆ นี่ต้องหลีกเลี่ยงเลย คือช่วงเวลาประมาณ 10 โมงเช้าถึงบ่ายสองโมง
นอกจากนี้แล้วก็ควรลดเลเวลการออกกำลังกายของเราด้วย จากที่เคยหนักๆ ก็เบาลงหน่อย ควรพักประมาณ 10 นาที
ถ้ารู้สึกว่าออกกำลังกายนานเกินไป หรือมากกว่า 45 นาทีแล้ว

– เสื้อผ้า
เลือกเสื้อผ้าให้เหมาะสม เลือกสวมเสื้อผ้าที่ระบายเหงื่อและความร้อนได้ดี
เพราะการใส่เสื้อผ้าที่ถูกต้องไม่เพียงแต่จะช่วยให้ดูดีเท่านั้น แต่ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพระหว่างออกกำลังกาย
ป้องกันการบาดเจ็บ และควบคุมอุณหภูมิในร่างกาย

– ผิวต้องดูแล

ต้องเลือกสถานที่ออกกำลังกายให้มีอากาศถ่ายเท พกแว่นกันแดดไปด้วยเพื่อป้องกันแสงแดดที่จะกระทบต่อดวงตาเรา
การใช้ครีมกันแดดหรือโลชั่นก็จำเป็น เพื่อป้องกันผิวไหม้จากแสงแดด และลดอัตราเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งผิวหนัง
นอกจากนี้แล้วก็อาจใช้ผ้าเย็นเช็ดหน้า เช็ดตัว เพื่อเป็นการระบายความร้อนออกจากร่างกาย
ยิ่งสภาพอากาศที่ร้อนชื้นแบบนี้แล้ว สำหรับคนที่ออกกำลังกายยังไงก็ต้องดูแลตัวเองเป็นพิเศษหน่อย อย่าหักโหมจนเกินไป
ถ้าอะไรที่มันเสี่ยงและเกิดผลกระทบเลี่ยงได้ก็ควรเลี่ยง อากาศร้อนออกกำลังกายในบ้านเบาๆ คาดิโอ
หรือเวทเทรนนิ่งก็เป็นอีกตัวเลือกสำหรับคนที่ชอบออกกำลังกายได้เหมือนกัน
เพียงเท่านี้ก็สามารถออกกำลังกายในหน้าร้อนได้แบบชิวๆ แล้ว…

Read More

การดูแลผิว

หากคุณต้องการที่ผลัดเซลล์ผิว ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยน เช่น สครับน้ำตาลทราย เป็นต้น
ส่วนผู้ที่มีปัญหาเรื่องสิว การใช้สารเคมีผลัดเซลล์ผิวที่อ่อนโยน อย่างเช่น กรดเบต้า-ไฮดรอกซี (BHA)
และกรดอัลฟ่า-ไฮดรอกซี (AHA) จะช่วยในการผลัดสิวเสี้ยน สิวที่อุดตันให้หลุดลอกออกได้ ส่วนผิวที่แห้งในวัยนี้
ถือว่าเป็นสิ่งที่ผิดปกติ   เนื่องจากในช่วงวัย 20
ระดับฮอร์โมนเพศจะสูงกว่าวัยอื่นและต่อมไขมันก็มีการตอบสนองต่อระดับฮอร์โมน ที่สูงมาก
ทำให้มีการผลิตไขมันที่ผิวสูง ซึ่งถือว่า เป็นภาวะปกติในวัยนี้   สภาพผิวที่แห้งในวัยนี้
จึงไม่ต้องเน้นการใช้มอยเจอร์ไรเซอร์บ่อยมากนัก ควรใช้ให้พอประมาณ สำหรับผู้ที่มีผิวมัน
คุณก็ไม่จำเป็นต้องใช้มอยเจอร์ไรเซอร์ แต่ถ้าเกิดมีผิวแห้งบ้างเป็นครั้งคราว
ควรเลือกใช้มอยเจอร์ไรเซอร์ที่ปราศจากน้ำมันและมีไขมันในปริมาณต่ำ   ในทางกลับกัน
ถ้าผิวของคุณผลิตน้ำมันออกมามากเกินไป คุณก็เลิกคิดที่จะใช้มอยเจอร์ไรเซอร์ในช่วงวัยนี้ได้เลย
และคุณอาจจะเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยลดความมันของผิวได้
และคุณควรหลีกเลี่ยงการขจัดน้ำมันที่ผลิตจากผิวมากเกินตามธรรมชาติ
ด้วยการหลีกเลี่ยงสบู่ที่มีฤทธิ์การชำระล้างที่รุนแรง  โทนเนอร์ที่มีส่วนประกอบของแอลกอฮอล์ และ
สารที่ก่อให้เกิดผิวแห้ง ช่วงวัย 20 ยังคงประสบปัญหาในเรื่องของสิว ซึ่งผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่เหมาะสม
ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ปราศจากน้ำมันหรือมีน้ำมันต่ำ และไม่ก่อให้เกิดสิวอุดตัน   ในกรณีที่ใช้แล้วยังคงเกิดสิว
ก็คงต้องจริงจังกับการรักษาสิวได้แล้ว
เคล็ดลับผิวนุ่มน่าถนอม
-ดื่มน้ำให้มาก ๆ ในแต่ละวันคุณควรดื่มน้ำให้ได้วันละ 6-8 แก้ว โดยให้ดื่มเรื่อย ๆ ตลอดทั้งวัน
น้ำที่ดื่มควรเป็นน้ำสะอาด
-ออกกำลังกาย การออกกำลังกายจะทำให้เกิดการขับเหงื่อ
และในขณะเดียวกันยังช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นของผิวหนังเอาไว้ได้จากการกระ ตุ้นต่อมผลิตไขมัน
การออกกำลังกายจึงช่วยรักษาสุขภาพผิวและคงความชุ่มชื้นของผิวหนัง นอกจากนี้
ยังช่วยให้การหมุนเวียนของเลือดเพิ่มขึ้นอีกด้วย
-ใช้ครีมบำรุงผิวเป็นประจำ หากเป็นผิวกายก็ควรจะต้องบำรุงอย่างต่อเนื่องจึงจะเรียบเนียนเห็นผลแบบ ผิวหน้า
โดยควรทาหลังอาบน้ำเช้าและก่อนนอน นี่คือวิธีที่จะช่วยรักษาความชุ่มชื้นให้แก่ผิวเป็นอย่างดี
-สครับผิวเพื่อเผยผิวใหม่ เป็นการขจัดเซลล์ที่ตายแล้วให้ออกไปจากผิวของเรา
โดยการใช้สครับที่เหมาะกับสภาพผิวอาจเลือกใช้สครับสำเร็จรูปแบบที่ขายทั่วไป อาจใช้ใยบวบขัดเบาๆ
ขณะอาบน้ำก็ได้ หรือจะใช้จากวัตถุดิบจากธรรมชาติ เช่น มะขามเปียก หรือมะนาวผสมกับเกลือทะเล…

Read More

โรคในผู้หญิงที่พบได้บ่อย

โรคในผู้หญิงที่พบได้บ่อยนั้นไม่ใช่เพียงแค่มะเร้งเต้านม หรือมะเร็งปากมดลูก แต่โรงอื่นๆก็ยังคร่าชีวิตของคุณผู้หญิงทั่วโลก
เพราะไลฟ์สไตล์ของแต่ละคนอาจจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรค
บทความนี้จึงจะมาแนะนำให้รู้จักกับโรคร้ายต่างๆที่ผู้หญิงควรระวังไว้

1.โรคหัวใจ และหลอดเลือด
เป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับหนึ่งของผู้หญิงทั่วโลก และจากสถิติพบว่า
อัตราการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดในผู้หญิงเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ ต่างกับผู้ชายที่ลดลง
ซึ่งอาจเป็นเพราะผู้หญิงเข้ารับการตรวจสุขภาพน้อยกว่าผู้ชาย
และการตรวจวินิจฉัยโรคหลอดเลือดหัวใจในผู้หญิงก็ให้ผลการตรวจได้ไม่ชัดเจน เท่ากับผู้ชาย

2.โรคหลอดเลือดสมอง คือโรคร้ายที่เป็นสาเหตุการตายอันดับ 1
โดยผู้หญิงมีปัจจัยเสี่ยงต่อการเป็นโรคหลอดเลือดสมอง มากกว่ามะเร็งเต้านมถึง 2 เท่า
แต่ผู้หญิงส่วนใหญ่ไม่รู้จักอาการของโรคนี้ และไม่เชื่อว่า โรคหลอดเลือดสมองเกิดขึ้นได้กับผู้หญิงทุกช่วงอายุ
สำหรับโรคหลอดเลือดสมองนั้น ประกอบไปด้วย 3 โรคหลัก ๆ คือ เส้นเลือดสมองตีบ เส้นเลือดสมองแตก
และเส้นเลือดสมองอุดตัน โดยจะพบผู้ป่วยเส้นเลือดสมองตีบมากที่สุด ทั้งนี้ ความเสี่ยงจะเพิ่มขึ้น
หากในครอบครัวมีประวัติเคยเป็นโรคหลอดเลือดสมอง ไขมันในเลือดสูง หรือเป็นโรคหัวใจ เพราะฉะนั้น
หากใครมีอาการปวดหัวอย่างรุนแรง แขนขาอ่อนแรง ปากเบี้ยว ตามัว อย่านิ่งนอนใจ ต้องรีบไปพบแพทย์ทันที

3.มะเร็งอวัยวะสืบพันธ์ นับ ได้ว่าเป็นโรคมะเร็งอันดับต้นๆ ที่เป็นภัยร้ายคร่าชีวิตผู้หญิงไทยไปอย่างต่อเนื่อง
ถึงแม้ภัยดังกล่าวจะมีอัตราลดลงบ้าง เนื่องจากผู้หญิงมีความตื่นตัวและใส่ใจกับโรคทางนรีเวชมากขึ้น
แต่ก็ยังเป็นสิ่งที่ทุกคนควรให้ความสำคัญอย่างต่อเนื่อง เพราะมะเร็งอวัยวะสืบพันธุ์ของผู้หญิงเกิดได้หลายส่วน
มะเร็งปากมดลูกพบมากที่สุด มะเร็งรังไข่พบมากเป็นอันดับสอง

4.ภาวะสมองเสื่อม อีกหนึ่งโรคร้ายแรง ที่เป็นภัยเงียบใกล้ตัวคุณ โรคนี้สามารถที่เกิดขึ้นได้ง่ายๆ
จากความสามารถในการทำงานของสมองของคุณถดถอยลง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความจำ ความเข้าใจ การใช้เหตุผล
ซึ่งภาวะสมองเสื่อมนี้ เป็นอาการแสดงของหลายๆ โรค ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วจะมีสาเหตุมาจากโรคอัลไซเมอร์
และเป็นโรคที่พบได้บ่อยในผู้หญิงสูงอายุ โดยพบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย
ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นเพราะภาวะขาดฮอร์โมนเพศในวัยหมดประจำเดือน

5.มะเร็งปอด โรคนี้ สามารถคร่าชีวิตของผู้หญิง โดยพบว่า มะเร็งปอดเป็นโรคมะเร็งลำดับที่ 5
ที่ผู้หญิงทั่วโลกต้องเผชิญ ซึ่งสาเหตุเป็นเพราะในช่วงเวลาที่ผ่านมา ผู้หญิงทั่วโลกสูบบุหรี่เพิ่มมากขึ้น
และผู้หญิงยังไวต่อสารการก่อให้เกิดมะเร็งมากกว่าผู้ชาย…

Read More