สุขภาพที่ดี ควรดื่มน้ำอย่างไร

1. ผัก ผลไม้
กินผัก ผลไม้ให้มาก เพราะอุดมด้วยวิตามิน เกลือแร่
และมีส่วนประกอบของน้ำมากกว่าร้อยละ 90 (ผักมีส่วนประกอบของน้ำร้อยละ 95
ผลไม้มีส่วนประกอบของน้ำร้อยละ 90) ดังนั้น กินผักผลไม้ 500 กรัม เท่ากับดื่มน้ำ
400 ซีซี
2. ผสมเกลือแร่เล็กน้อย
หากคุณสูญเสียน้ำในร่างกายออกไปมาก แล้วรู้สึกกระหาย
ควรใช้เกลือแร่ผสมน้ำเล็กน้อย เพื่อดื่มให้ดับกระหาย
แต่ไม่ควรดื่มมากเกินไปเช่นกัน
3. ดื่มน้ำ 2-3 ลิตร/วัน
ปริมาณน้ำที่ต้องดื่มต่อวันคือ 2-3 ลิตร จึงจะมีปริมาณพอเพียงต่อร่างกาย
หากอากาศร้อนจัด ปริมาณน้ำที่ดื่มต้องเพิ่มจำนวนขึ้น สำหรับผู้อายุ
กลไกการกระหายน้ำจะเสื่อมลง เพราะฉะนั้นต้องหมั่นดื่มน้ำให้เพียงพอ
4. ไม่ควรดื่มเบียร์ หรือน้ำแข็ง
เพราะจะเป็นอันตรายต่อระบบการย่อยอาหารในระยะยาว
ร่างกายจะอ่อนแอ มีความเย็นในร่างกาย และของเสียตกค้าง
พลังของร่างกายจะอ่อนแอ
5. ห้ามปล่อยให้ร่างกายกระหายน้ำ แล้วค่อยดื่ม
หากเราปล่อยให้กระหายน้ำเต็มที่ แล้วค่อยมาดื่ม
ร่างกายจะเข้าสู่ภาวะขาดน้ำ จนทำให้มีของเสีย สารพิษตกค้างอยู่มาก
ไม่สามารถระบายหรือขับถ่ายได้ ส่งผลให้ร่างกายอ่อนแอ
ของเสียในร่างกายก็จะตกค้างสะสม
6. ระวังเครื่องดื่มดับกระหาย
หากดื่มเครื่องดื่มดับกระหายบ่อยครั้ง
จะยิ่งทำให้ส่งผลเสียต่อร่างกายในระยะยาว ยิ่งดื่มยิ่งกระหาย
หากเป็นเครื่องดื่มที่มีปริมาณไขมันและแคลอรี่สูง อาจทำให้เป็นโรคเบาหวาน
หรือไขมันในเลือดสูง หรือเกิดพิษสะสมในร่างกาย
7. ดื่มน้ำมากก็เป็นโทษ
การดื่มครั้งเดียวปริมาณมากๆ ตอนตื่นนอน เพื่อขับล้างของเสียในร่างกาย
ร่างกายคนเราเมื่อขาดน้ำ ปัสสาวะจะน้อย เมื่อน้ำเกินปัสสาวะจะมาก
โดยอาศัยการทำงานของไตเป็นตัวควบคุม คนปกติที่ไม่ขาดน้ำ
ถ้าได้รับน้ำปริมาณมาก จะทำให้ไตทำงานหนักขึ้น ส่งผลให้เลือดเจือจาง
แรงดันในการดูดซึมของสารอาหารสู่เซลล์น้อยลง ปริมาณน้ำในเซลล์มากขึ้น
ทำให้เซลล์บวมน้ำ เกิดพิษต่อเซลล์ มีอาการเวียนศีรษะ ปวดศีรษะ คลื่นไส้
อาเจียน แน่นท้อง ถ้าเซลล์บวมน้ำมากขึ้นจะมีอาการง่วงนอน กระตุก มองไม่ชัด
หัวใจเต้นช้า หายใจช้า เป็นลม เป็นต้น ดังนั้นการดื่มน้ำจึงต้องพอเหมาะ
ไม่มากหรือน้อยเกินไป
8. ไม่ควรดื่มน้ำอย่างรวดเร็ว
การดื่มแบบนี้จะมีผลกระทบต่อการทำงานของหัวใจ
ทำให้หัวใจอ่อนแรงในระยะยาว เพราะปริมาณน้ำที่เพิ่มขึ้น
อย่างรวดเร็วทำให้ไตควบคุมการขับน้ำไม่ได้ทันทีทันใด
ก็จะมีปริมาณน้ำในหลอดเลือดมากแล้วก็ไปเพิ่มภาระการสูบฉีดของหัวใจ
9. หลังอาหารไม่ควรดื่มน้ำมาก
ไม่ควรดื่มน้ำเย็น หรือดื่มน้ำในปริมาณมากๆ หลังกินอาหาร
เพราะน้ำจะไปเจือจางความเข้มข้นของน้ำย่อย ทำให้การย่อยอาหารไม่ดี
เป็นโรคกระเพาะ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *