ทำความรู้จักกับโรคเลือดออกง่าย หรือโรคฮีโมฟีเลีย

หลายคนคงจะเคยได้ยินเกี่ยวกับอาการเลือดออกง่ายกันมาแล้ว
มันคือโรคชนิดหนึ่งที่ทำให้การใช้ชีวิตของผู้ป่วยค่อนข้างจะยากลำบาก
ชื่อโรคของมันก็คือฮีโมฟีเลีย ถ้าใครที่ยังไม่เคยทำความรู้จักกับมันก็ลองมาเรียนรู้ศึกษากันดู
โรคฮีโมฟีเลียนั้นก็คือโรคที่จะทำให้ผู้ป่วยเลือดออกง่าย
เมื่ออกแล้วก็จะหยุดยากแห้งยาก โรคนี้เป็นเรื้อรังไปตลอดชีวิต
โดยมันสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ชนิด ได้แก่ ฮีโมฟีเลีย เอ
ชนิดนี้จะพบได้บ่อยที่สุด, ฮีโมฟีเลีย บี ชนิดนี้พบได้รองลงงมา และ ฮีโมฟีเลีย ซี ซึ่งพบได้น้อย
โดยหากมีการฉีกขาดของหลอดเลือดขึ้นมาแล้วจะไม่สามารถเกิดลิ่มเลือดขึ้นมาเพื่ออุดรอยที่ฉีกขาดได้
สำหรับชนิดต่างๆ ของโรคฮีโมฟีเลียที่พบได้บ่อยๆ
ในประเทศไทยนั้นจะเป็นชนิดเอและบี โดยเป็นการถ่ายทอดผ่านทางพันธุกรรม ซึ่งพบในเด็กที่เป็นผู้ชายเท่านั้น
ขณะที่ผู้หญิงนั้นถ้าหากว่ามียีนที่ผิดปกติก็จะเป็นเพียงพาหะของโรคเฉยๆ
สำหรับสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคฮีโมฟีเลียนั้นก็เกิดมาจากความผิดปกติของยีน
ซึ่งยีนตัวนี้จะคอยควบคุมการสร้างปัจจัยให้เกิดการแข็งตัวของเลือด นั้นก็คือ
แฟ็คตอร์ VIII, IX และ XI นั่นเอง มันเป็นการถ่ายทอดผ่านทางพันธุกรรมแบบ เอ็กซ์ลิงค์
ขณะที่ผู้ป่วยฮีโมฟีเลียจำนวนหนึ่งก็มาจากครอบครัวไม่มีใครในครอบครัวเลยที่มี
อาการของโรค ในส่วนนี้จะเกิดมาจากการกลายพันธุ์
สำหรับอาการของโรคฮีโมฟีเลีย ในทารกที่คลอดตามปกตินั้นมักจะไม่มีอาการใดๆ
ในวัยที่แรกเกิด ขณะที่บางรายอาจจะมีรอยจ้ำเขียวตามลำตัวหรือว่าแขนขา
ขณะที่ทารกที่คลอดด้วยการใช้หัตการต่างๆ เช่นใช้เครื่องดูดหรือว่าใช้คีม
มักจะมีเลือดออกที่ใต้ผิวหนังที่ศีรษะอาการเลือดออกนี้สามารถรุนแรงจนถึงขั้นตัวซีดได้เลย
สำหรับอาการโดยทั่วไปของฮีโมฟีเลียในวัยที่โตขึ้นมาก็คือเลือดจะไหลอย่างยาวนาน
และห้ามเลือดได้ยากเมื่อเกิดเหตุให้ต้องสูญเสียเลือด
เนื่องจากเลือดไม่สามารถที่จะแข็งตัวได้ โดยความรุนแรงของอาการนั้นก็ขึ้นอยู่กับชนิดของโรคด้วย
รวมไปถึงปริมาณของโปรตีนที่ใช้จับลิ่มเลือด ซึ่งนี่จะเป็นสารที่ทำให้เลือดแข็งตัว
สัญญาณที่บ่งบอกว่าเป็นโรคฮีโมฟีเลียนั้นสามารถสังเกตได้ตามนี้
อย่างแรกก็คือเลือดออกมากแบบผิดปกติเมื่อมีดบาด, ผ่าตัด ฯลฯ
มีรอยฟกช้ำทั่วร่างกาย เมื่อให้วัคซีนแล้วเลือดออกผิดปกติ
มีอาการเลือดกำเดาไหลแบบไร้สาเหตุ ถ่ายเป็นเลือด หรือว่าปวดตึงที่ข้อต่อ
อาการเหล่านี้ล้วนเป็นสัญญาณที่ชี้ว่าอาจเป็นโรคฮีโมฟีเลียได้
สำหรับการรักษาโรคนี้ ไม่สามารถที่จะรักษาให้หายขาดได้
แต่ก็สามารถทำให้ผู้ป่วยสามารถมีความสุขกับการใช้ชีวิตในระยะยาวได้
โดยจะใช้การฉีดฮอร์โมนที่ช่วยให้ร่างกายผลิตโปรตีนจับลิ่มเลือด
นอกจากนี้ก็มีแนวทางการปฏิบัติตัวต่างๆ ที่เหมาะสมตามคำแนะนำของแพทย์

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *