ชะอม สรรพคุณดีตำลึง ผักริมรั้ว ยั่วน้ำลายไหล

ชะอม เป็นไม้พุ่มขนาดย่อมเป็นพืชที่ตลอดทั้งลำต้นและกิ่งมีหนามแหลม
มีใบเป็นใบประกอบเล็กๆ ลักษณะเหมือนใบกระถินมีกลิ่นฉุนทุกส่วนของต้น
ปลายใบเล็กแหลมสามารถหุบลงได้ในตอนเย็นเมื่อแดดออกจะมีการกางใบออกเพื่อรับแสงแดด
ใบอ่อนนิยมนำมารับประทานดอกชะอมจะออกตามซอกใบมีสีขาวหรือเหลืองนวล
ปลูกขึ้นได้โดยวิธีปักชำ ตอนกิ่ง ทนทานกับสภาพแวดล้อมได้ดี
เป็นพืชที่มีถิ่นกำเนิดแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเอเชียใต้
ซึ่งตามบรบทของสังคมไทย ชะอมจัดเป็นพืชสวนครัวที่สามารถปลูกเป็นแนวกั้น
มียอดอ่อนให้ตัดกินได้ทุกฤดูกาล เป็นรั้วธรรมชาติที่กินได้และยังเป็นพืชปลอดสารพิษที่หากินได้ง่าย ราคาไม่แพง
ถึงแม้จะมีกลิ่นค่อนข้างแรง แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาเพราะมีคุณค่าทางอาหารสูง
นอกจากนี้ ชะอมยังเอามาประกอบเมนูอาหารได้อย่างหลากหลาย อร่อย
แถมยังมีสรรพคุณทางยาอีกด้วย เพราะใน ใบชะอม 100 กรัม
ประกอบด้วย พลังงาน 57 กิโลแคลอรี่, เส้นใยอาหาร 5.7 กรัม,
ฟอสฟอรัส 80 กรัม, แคลเซียม 58 กรัม, ธาตุเหล็ก 4.1 มิลลิกรัม,
วิตามินเอ 10066 IU (หน่วยสากล), วิตามินบี1 0.05 มิลลิกรัม,
วิตามินบี2 0.25 มิลลิกรัม, วิตามินบี 31.5 มิลลิกรัม และ วิตามินบี58 มิลลิกรัม
นั่นทำให้ ชะอม มีสรรพคุณในการบำรุงสายตาเพราะชะอมอุดมไปด้วยวิตามินเอ
ช่วยต่อสู้กับอนุมูลอิสระในร่างกายได้เป็นอย่างดี
แถมยังมีใยอาหารสูง จึงช่วยระบายท้อง แก้อาการท้องผูกทำให้ระบบขับถ่ายดีขึ้น
ขณะเดียวกัน ชะอม ยังลดความร้อนในร่างกายด้วยการนำยอดอ่อนมารับประทาน
ส่วนนี้เป็นส่วนที่นิยมรับประทานกันมากที่สุด
และยังช่วยขับลมในกระเพาะอาหาร ช่วยลดลมในกระเพาะทำให้คลายจากอาการท้องอืดท้องเฟ้อได้
เท่านั้นไม่พอ ชะอม ยังบำรุงเส้นเอ็นป้องกันไม่ให้เส้นเอ็นเสื่อมได้ง่ายๆ
และยังช่วยให้เส้นเอ็นแข็งแรงอีกด้วย พร้อมทั้ง แคลเซียมสูง
เป็นผลดีกับผู้หญิงวัยทองที่กำลังจะเข้าสู่ภาวะกระดูกพรุน
เพราะอุดมไปด้วยแคลเซียมที่เป็นผลดีกับกระดูกและฟัน
อีกทั้ง ชะอม ยังช่วยรักษาการอักเสบ เช่น อาการอักเสบที่ลิ้น
และลดอาการผื่นแดง มีฟอสฟอรัสสูง ช่วยให้วิตามินต่างๆ
ทำหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพเต็มที่ และอุดมไปด้วยธาตุเหล็กช่วยในการบำรุงเลือด
ช่วยให้ระบบการหมุนเวียนไปหล่อเลี้ยงร่างกายได้ดีขึ้น
อย่างไรก็ตาม ใช่ว่าใครก็ได้จะบริโภคชะอม
โดยเฉพาะผู้ที่ให้นมบุตร จะทำให้น้ำนมลดน้อยจนถึงแห้ง
เช่นเดียวกับคนที่เป็นเกาต์ จะยิ่งปวดกระดูกเพิ่มขึ้น
เพราะมีสารพิวลีนสูง เมื่อเป็นกรดยูลิกจะทำให้โรคเกาต์แย่ลงนั่นเอง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *