เสลดพังพอนตัวผู้ สมุนไพรไทยต้านพิษงูเห่า

เสลดพังพอน หรือ เสลดพังพอนตัวผู้ เป็นพืชที่จัดอยู่ในวงศ์เหงือกปลาหมอ มีชื่อเรียกอื่นว่า พิมเสนต้น
(ภาคกลาง), ก้านชั่ง (ภาคตะวันตกเฉียงเหนือ), คันชั่ง (ตาก),ลิ้นงูเห่า (กรุงเทพ), อังกาบ (ไทย), ฉิกแชเกี่ยม
ฮวยเฮียะแกโต่วเกียง (จีน) เป็นต้น
ลักษณะของ เสลดพังพอน จัดเป็นพรรณไม้พุ่ม
แตกกิ่งก้านสาขามาก มีความสูงได้ประมาณ 1-2 เมตร
ลำต้นเป็นสีน้ำตาลอมเขียว ส่วนกิ่งและก้านเป็นสีน้ำตาลแดง
ตามข้อของลำต้นและโคนก้านใบมีหนามแหลมคมและยาว ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด
เป็นพรรณไม้กลางแจ้งที่เจริญเติบโตได้ดีในดินที่ร่วนซุยและมีความชุ่มชื้น ในประเทศไทยสามารถพบได้ทั่วไป
ส่วน ใบเสลดพังพอน เป็นใบเดี่ยว ออกตรงข้ามกันเป็นคู่ ลักษณะของใบเป็นรูปรียาว ปลายใบแหลม โคนใบสอบ
ส่วนขอบใบเรียบ ใบมีขนาดกว้างประมาณ 2.5 เซนติเมตร
และยาวประมาณ 5-7 เซนติเมตร ผิวใบเกลี้ยง
พื้นใบเป็นสีเขียวเข้มและเป็นมัน เส้นใบและก้านเป็นสีแดง ก้านใบสั้น ยาวได้ประมาณ 5 มิลลิเมตร
และโคนก้านมีหนามแหลม 1 คู่ โค้งงอ ยาวประมาณ 1-2 เซนติเมตร สีม่วงชี้ลง
ขณะที่ ดอกเสลดพังพอน ออกดอกเป็นช่อตั้ง โดยจะออกที่ปลายยอด
ช่อดอกอ่อนจะมองเห็นใบประดับรูปกลมรีขนาดประมาณ 1-2 เซนติเมตร หุ้มดอกไว้ภายใน
ดอกจะมีใบประดับขนาดใหญ่เรียงกันเป็นรูปทรงกระบอกสีเขียว ปลายใบประดับเป็นสีม่วง
หรือทั้งใบประดับเป็นสีแดงอมเขียวหรือสีม่วงอมน้ำตาล รูปไข่เกือบกลม
โดยสรรพคุณของเสลดพังพอน ใบมีรสจืดเย็น ใช้เป็นยาทะลวงลมปราณ แก้โรคเบาหวาน รักษาโรคคางทูม
ช่วยถอนพิษไข้ พิษไข้ทรพิษ แก้ปวดฟัน เหงือกบวม แก้ริดสีดวงทวาร
ชาวปะหล่องจะใช้ใบนำมาต้มกับน้ำกินเป็นยาช่วยลดอาการจากไข้มาลาเรีย (มีรสขมมาก)
ส่วนตำรายาไทยจะใช้ต้มกับน้ำกินเป็นยาทำให้เลือดไหลเวียนได้ดี
แต่จะนิยมใช้ใบสดนำมาตำให้ละเอียดผสมกับเหล้าแล้วคั้นเอาน้ำ
ดื่ม กากเอามาพอกหรือทาเป็นยาแก้ลมพิษ รักษาเม็ดผื่นคันตามผิวหนัง แก้ไฟลามทุ่ง แก้ขยุ้มตีนหมา
แก้โรคเริม แก้เริมบริเวณผิวหนัง งูสวัด นอกจากนี้ ใบเสดลพังพอน ยังช่วยถอนพิษจากเม็ดตุ่มฝีดาษ
รักษาโรคฝีดาษ แก้ฝีที่ฝ่ามือ แก้แผลกลาย เป็นยาถอนพิษ
แก้พิษงูกัด พิษจากแมลงสัตว์กัดต่อย เช่น แมงป่อง ตะขาบ ผึ้ง
งูเห่า หรือช่วยถอนพิษอักเสบจากแมลงสัตว์กัดต่อย อย่างไรก็ตาม ส่วนรากเสลดพังพอน มีรสจืด
ใช้เป็นยาแก้ตาเหลือง หน้าเหลือง เมื่อยตัว กินข้าวไม่ได้
แก้อาการเจ็บท้อง แก้ผิดอาหาร แก้ปวดฟัน ใช้ฝนกับเหล้าดื่ม
และทาแก้พิษงู ถอนพิษตะขาบ แมงป่อง แมลงสัตว์กัดต่อย
กระนั้นสรรพคุณที่เจ๋งที่สุด คือ ใช้เป็นยาแก้พิษจากงูเห่ากัด โดยใช้ตำพอกปากแผลส่วนหนึ่ง อีกส่วนหนึ่งใช้ผสมกับเหล้ากิน
เพื่อเป็นการช่วยยืดเวลาก่อนที่จะไปหาหมอ เช่นเดียวกับ ชาวเมี่ยน ที่นิยมปลูกต้นเสลดพังพอนเป็นแนวรั้วเอาไว้ป้องกันงู…

Read More

ออกกำลังกายแบบนี้…สู้โรคได้สบาย

เราสามารถเลือกวิธีการออกกำลังกายที่เหมาะสมกับเป้าหมาย และความต้องการของตนเองได้ โดยการออกกำลังกายทั้ง 3 ประเภทมีดังนี้
1. การออกกำลังกายเพื่อความสมบูรณ์แข็งแรงของระบบหัวใจและหลอดเลือด (Cardiorespiratory Exercise) การเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อมัดใหญ่ที่เป็นจังหวะซ้ำๆ เช่น
การเดิน วิ่งเหยาะ ปั่นจักรยาน เต้นแอโรบิก เป็นต้น ซึ่งการออกกำลังกายประเภทนี้จะเน้นความแข็งแรงของปอด หัวใจและหลอดเลือด เพราะว่าระบบของร่างกายจะต้องส่งออกซิเจนไปสู้กล้ามเนื้อให้เพียงพอ
เพราะฉะนั้นการออกกำลังกายประเภทนี้จึงช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจตีบลงได้ ที่สำคัญสามารถนำไขมันมาเผาผลาญได้ดีกว่าคนที่ไม่ออกกำลังกายเลย
2. การออกกำลังกายเพื่อความแข็งแรงและความทนทานของกล้ามเนื้อ (Resistance Exercise) การออกกำลังกายประเภทนี้จะเป็นการเคลื่อนไหวร่างกาย โดยอาศัยแรงต้านจากน้ำหนักร่างกาย เช่น
ดันพื้น ดึงข้อ ลุกนั่ง หรืออาจใช้อุปกรณ์ต่างๆ เช่น ดัมเบล ยางยืด เป็นต้น ทำให้มีกล้ามเนื้อมากขึ้น การใช้พลังงานและมีการเผาผลาญมากยิ่งขึ้น แต่หากคุณนั้นเป็นโรคความดันโลหิตสูง การจะออกกำลังกายแบบนี้ควรอยู่ในความดูแลของแพทย์ เพราะอาจเกิดอันตรายได้
3. การออกกำลังกายเพื่อความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อ (Flexibility Exercise) การออกกำลังกายแบบนี้คือ การเหยียดกล้ามเนื้อส่วนต่างๆ เอ็น และตามข้อต่อต่างๆ
ทำให้เกิดความยืดหยุ่นและช่วยให้ร่างกายเคลื่อนไหวได้สะดวก ลดการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อและข้อต่อ การออกกำลังกายที่นิยมกันคือ โยคะ และควรทำภายหลังการอบอุ่นร่างกาย ควรยืดเหยียดให้ถึงสภาวะที่กล้ามเนื้อตึงกำลังดี และไม่ควรหักโหมเกินไป
แต่ถ้าจะให้การออกกำลังกายได้ผลดี ควรรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ โดยใช้หลักการผัก 2 เนื้อ 1 แป้ง 1 เพื่อให้เกิดความสมดุลของพลังงาน หรืออาจใช้หลัก Talk Test
คือ รู้สึกค่อนข้างเหนื่อย หายใจเร็วขึ้นกว่าปกติแต่ไม่ถึงกับหอบ และยังพอพูดโต้ตอบได้ โดยให้ทำครั้งละ 10 นาทีต่อเนื่องกันไป และทำให้ได้ยอดรวมอย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์…

Read More

เลือกน้ำมันที่ใช้ ต้ม ผัด แกง ทอด แบบไหนไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย

เมื่อพวกเราทำอาหาร น้ำมันเป็นองค์ประกอบที่พวกเราเลี่ยงไม่ได้ เพราะว่าเป็นหนึ่งในของกิน 5 กลุ่ม ที่พวกเราควรจะได้รับในทุกวัน แม้กระนั้นการเลือกน้ำมันที่ถูกสำหรับการปรุงอาหารของพวกเรา
ก็เป็นสาระสำคัญ เพราะในขณะนี้มีน้ำมันวางจำหน่ายอยู่ล้นหลาม หลายหมวด ด้วยเหตุดังกล่าวคุณจำเป็นต้องรู้จักเลือกน้ำมันซึ่งใช้ในการนำมาทำอาหาร ให้เหมาะสมกับจำพวกของกิน
เพื่อให้มีความปลอดภัยกับสุขภาพของตัวคุณเอง น้ำมันแบบไหนที่ใช้ทำอาหารถึงจะดีต่อร่างกาย พวกเราไปอ่านพร้อมๆกันเลยจ้า
1. แบบทอด น้ำมันที่พวกเราใช้สำหรับในการทอด ควรจะเป็นน้ำมันที่เหมาะสมกับการกักเก็บความร้อนได้ยาวนาน ช่วยทำให้ความร้อนของน้ำมันกระจายอย่างทั่วถึง และก็ใช้เวลาสำหรับในการทอดของกินลดน้อยลง
แนะนำให้ใช้น้ำมันหมู น้ำมันที่ผลิตขึ้นมาจากมะพร้าว น้ำมันปาล์ม น้ำมันปาล์มผสมคาโนล่า น้ำมันที่สกัดจากรำข้าว รวมทั้งน้ำมันที่ผลิตขึ้นมาจากมะกอกเอ๊กซ์ตร้าไลท์ (extra light) เนื่องจากว่าเวลาใช้สำหรับทอดของกิน เป็นต้นว่า ไก่ หมู ปลา รวมทั้งเนื้อ
จะทำให้ของกินสุกนุ่มแบบกรอบนอกนุ่มในน่ากิน ภายหลังทอดเสร็จ ให้ใช้กระดาษซับน้ำมันรองของกินไว้ จะช่วยลดน้ำมันในของกินได้บ้าง
2. แบบผัด ควรจะเลือกใช้น้ำมันที่มีกรดไขมันอิ่มตัว น้ำมันที่ใช้ไม่มีความจำเป็นต้องทนต่อความร้อนสูงมากมายเท่าตอนทอด แนะนำให้ใช้น้ำมันที่ผลิตขึ้นมาจากรำข้าว น้ำมันคาโนล่า น้ำมันที่ทำจากถั่วเหลือง น้ำมันที่ทำจากมะกอกเนื่องจากทนความร้อนได้ในระดับหนึ่ง
เมื่อพวกเราเทของกินลงไปในกระทะ แล้วจะมีผลให้ของกินสุกเร็วเพิ่มขึ้น อย่าใส่น้ำมันเยอะเกินไปเวลาผัด ด้วยเหตุว่าล้วนทำลายสุขภาพทั้งนั้น ถ้าหากร่างกายได้รับมากเกินความจำเป็นวันละ 6 ช้อนชา ก็จะสะสมเอาไว้ในร่างกาย ทำให้มีความเสี่ยงต่อการเกิด โรคอ้วน ได้นั้นเอง
3. สลัด ใครที่กำลังดูแลรักษาสุขภาพร่างกาย ควรจะหลีกเลี่ยงไขมันที่ไม่ดีให้เยอะที่สุด แล้วหันมาทานสลัด หรือของกินคลีน ชนิดของกิน ต้ม ลวก อบ นึ่ง เคียงคู่ด้วยน้ำปรุงรส ด้วยเหตุว่าอารหารพวกนี้มีน้ำมันในตัวอยู่แล้ว
หรือบ้านหลังไหนที่มักจะทำน้ำสลัดทานเองควรที่จะใช้น้ำมันที่สกัดจากมะกอกแบบ extra virgin 100% ซึ่งสามารถทานได้ใหม่ๆโดยไม่ต้องผ่านความร้อน ทางที่ดีคุณควรจะงดเว้น หรือหลบหลีกของกินจำพวกผัดทอด
รวมทั้งเพื่อคุณค่าทางของกินที่ดีควรจะกินอาหารให้ครบ 5 กลุ่ม เพื่อเพิ่มรสให้กับของกิน…

Read More

วิธีลดรอยสิว ปัญหากวนใจบนใบหน้าที่ใครๆ ก็ไม่อยากมี

ปัญหาสิวเชื่อว่าคนส่วนใหญ่จะต้องเจอไม่ช่วงใดก็ช่วงหนึ่งของชีวิต
เมื่อเป็นสิวก็นำมาซึ่งรอยสิวบนใบหน้าที่อาจส่งผลต่อความมั่นใจได้
และนี่ก็คือหลากหลายวิธีที่จะช่วยลดรอยสิวให้จางลงไปโดยเร็ว

เริ่มแรกก่อนเลยก็คือการมาสก์หน้าด้วยตัวเอง
มันอาจจะยุ่งยากสักเล็กน้อยในการไปหาวัตถุดิบต่างๆ มาใช้
แต่เชื่อเถอะว่าคุ้มค่าอย่างแน่นอน
เพราะไม่ต้องไปตามคลินิกเพื่อรักษาด้วยวิธีแพงๆ
โดยการมาสก์หน้าเพื่อลดรอยสิวนั้นก็มีหลายสูตรด้วยกัน

การใช้มะนาวผสมน้ำผึ้งและทาเอาไว้บนใบหน้า ทิ้งไว้สักราวๆ 10-15 นาที
จากนั้นก็ล้างออก เมื่อนำเป็นประจำก็จะช่วยให้รอยสิวลดน้อยลง
เป็นการทำทรีทเมนต์ด้วยวิธีธรรมชาติ
แต่ก็ควรต้องระวังไม่ให้ทิ้งเอาไว้นานจนเกินไป
เพราะกรดจากมะนาวอาจจะกันหน้าเอาได้ สูตรต่อมาก็คือหอมแดง
ให้นำมาฝานเป็นแว่นๆ จากนั้นก็ถูเบาๆ ที่บริเวณใบหน้าในส่วนที่เป็นรอยสิว
ทิ้งเอาไว้ 10-15 นาทีแล้วก็ล้างออก นี่ก็เป็นอีกหนึ่งสูตรที่ใช้ได้ผลดีเหมือนกัน

สำหรับใครที่ไม่สะดวกหาวัตถุดิบมาใช้ด้วยวิธีตามธรรมชาติอย่างด้านบน
จะลองใช้วิธีตามแพทย์แผนปัจจุบันดูก็ได้
ด้วยการใช้ยาที่ผลิตออกมาเพื่อลดรอยสิวโดยเฉพาะ
โดยการเลือกยาหรือว่าครีมลดรอยสิวนั้นต้องเข้าใจก่อนว่าสภาพผิวของคนแต่ละ
คนนั้นจะใช้ยาตัวเดียวกันแล้วได้ผลไม่เหมือนกัน

ดังนั้นถ้าเห็นว่าคนนั้นใช้ยาตัวนี้ได้ดี
ก็ไม่ได้หมายความว่ามันจะได้ผลดีสำหรับเราเสมอไป
ทางที่ดีที่สุดก็คือให้ลองใช้ไปเรื่อยๆ
จนกว่าจะเจอตัวที่เหมาะสมกับสภาพผิวหน้าของเรา
อาจจะเสียเวลาสักหน่อยในช่วงแรก แต่ถ้าเจอตัวยาที่ใช้สำหรับเราเมื่อไหร่

รับรองว่าหลังจากนี้ทุกอย่างก็ไปได้สวย เพราะไม่ต้องไปตามหาตัวยาอื่นๆ
ให้ยุ่งยากอีกต่อไปแล้วนั่นเอง

สุดท้ายใครที่ใจร้อนสักหน่อย แต่มีกำลังทรัพย์เพียงพอ
จะเข้าคลินิกไปทำทรีทเมนท์ หรือว่าทำเลเซอร์ดูก็ได้
นี่คือวิธีรักษารอยสิวที่มีค่าใช้จ่ายพอสมควร แต่รับประกันได้ว่าเห็นผลเร็ว
บางครั้งแค่ทำครั้งเดียว รอยสิวก็จางลงไปมากจนเป็นที่น่าพอใจแล้ว
โดยการรักษาในแนวทางนี้ก็มีหลายวิธีด้วยกัน

เริ่มต้นกันที่ AHA เป็นการทำทรีทเมน์ที่จะช่วยให้ใบหน้าได้ผลัดเซลล์ผิว
ลดรอยดำจากสิวได้เป็นอย่างดี แต่ก็ต้องเลี่ยงการโดนแสงแดดในช่วงระยะแรกๆ
หลังทำ ส่วนการทำเลเซอร์ IPL
ก็เป็นการยิงลำแสงเพื่อทำปฏิกิริยากับเซลล์เม็ดสีดำโดยเฉพาะ
จึงเป็นวิธีที่จะช่วยให้ผิวดูเนียนใสขึ้นมาได้อย่างรวดเร็ว

ลองนำวิธีต่างๆ
เหล่านี้ไปพิจารณากันดูว่าเราสะดวกที่จะรักษารอยสิวด้วยวิธีไหนมากที่สุด
สุดท้ายก็ขอให้รอยสิวจางด้วยดีกันทุกคน…

Read More

ล้างหน้าผิดชีวิตอาจเปลี่ยน

เรื่องของผิวหน้าจะละเลยไม่ได้เลย เพราะหน้าตาเป็นประตูสู่หัวใจ สาวๆ จึงต้องให้ความสำคัญเป็นอันดับแรกๆ
เนื่องจากผิวหน้าของเราค่อนข้างจะบอบบาง จึงต้องใส่ใจเป็นพิเศษและเชื่อว่ายังมีหลายคนที่ยังล้างหน้าไม่ถูกวิธี
ดังนั้น วันนี้เราก็จะมาบอกเล่าสิ่งที่ไม่ควรทำเวลาล้างหน้า ว่ามีอะไรบ้างที่ห้ามทำเด็ดขาด
หากไม่อยากให้ผิวหน้ามีริ้วรอยก่อนวัย
1.ถูผิวหน้าแรงๆ
เชื่อว่าหลายคนคิดว่า การขัดผิวหน้าแรงๆ จะทำให้ใบหน้าสะอาด ซึ่งจริงๆ แล้วเป็นความเชื่อที่ผิดมาก
การขัดผิวหน้าแรงๆ จะทำให้เกิดการระคายเคืองเป็นการทำร้ายผิวหน้าโดยไม่รู้ตัว
หากอยากให้ผิวหน้าสะอาดเพียงแค่ใช้ผลิตภัณฑ์ล้างหน้า นวดวนเบาๆ ผิวหน้าก็สะอาดแล้ว
2.ใช้ผลิตภัณฑ์ไม่ถูกประเภท
สังเกตไหมว่าทำไมใช้ผลิตภัณฑ์อย่างดีราคาแพง แต่ทำไมผิวหน้าถึงไม่ดีขึ้นสักกะที
นั่นเพราะสาเหตุอาจจะมาจากการใช้ผลิตภัณฑ์ไม่ถูกประเภทจึงทำให้ครีมทำงานได้อย่างไม่มีประสิทธิภาพ
หรือทำงานได้อย่างไม่ถูกจุด อย่างเช่นคนที่ไม่ได้เป็นสิวแต่ใช้ผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับการรักษาสิว
ก็จะไม่ได้ผลเพราะผิวหน้าเกลี้ยงเกลาอยู่แล้วดังนั้นหากอยากให้ผิวหน้าเป็นแบบไหนควรหาผลิตภัณฑ์ที่ช่วยในเรื่องนั้นๆ
โดยเฉพาะมาใช้ และจะต้องเป็นผลิตภัณฑ์ที่ตรงกับสภาพผิวหน้าด้วยเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด
3.ล้างหน้านานเกินไป
สาวๆ หลายคนมักจะคิดว่าการล้างหน้านานๆ จะยิ่งทำให้ผิวหน้าสะอาด ซึ่งความจริงแล้วเป็นความเชื่อที่ผิดมหันต์
เพราะการล้างหน้าบ่อยๆ นั้นแม้จะช่วยลดความมันได้แต่ก็สร้างความแห้งให้กับผิวหน้าได้เช่นกัน เพราะยิ่งล้างบ่อยๆ
ผิวหน้าจะยิ่งผลิตน้ำมันออกมาเพื่อรักษาสมดุลของความชุ่มชื้นดังนั้นการล้างหน้าบ่อยสำหรับสาวผิวมันจะยิ่งทำให้
หน้ามันมากขึ้นไปอีก และสำหรับสาวผิวแห้งหน้าก็จะแห้งกร้านเป็นที่มาของรอยเหี่ยวย่น
ดังนั้นไม่ควรล้างหน้านานเกินไปแค่นวดวนหนึ่งถึงสองนาทีก็พอแล้ว
4.ความเข้าใจผิวเกี่ยวกับการล้างหน้าด้วยน้ำอุ่น
เพราะอุณหภูมิที่สูงของน้ำจะทำให้ผิวของเรายิ่งขาดความชุ่มชื้น อันเป็นที่มาของการที่มีผิวหน้าแห้งกร้าน
ทำให้มีริ้วรอยเกิดขึ้นไวกว่าปกติ ดังนั้นหากไม่อยากมีผิวหน้าแห้งตึงดูไม่ชุ่มชื้น ก็ควรงดการล้างหน้าด้วยน้ำอุ่น
อาจจะใช้แค่การเปิดรูขุมขน แต่จากนั้นควรใช้น้ำเย็นหรือล้างด้วยน้ำอุณหภูมิห้องจะดีที่สุด…

Read More

พริกไทย สมุนไพรลดความอ้วน

พริกไทย เป็นต้นไม้ที่มีอายุยืน จัดอยู่ในประเภทไม้เลื้อยสูงประมาณ 5 เมตร ลักษณะของลำต้นจะเป็นข้อๆ
ลักษณะของใบพริกไทยจะมีสีเขียวสด ใบใหญ่คล้ายใบโพส่วนลักษณะของดอกพริกไทยจะมีขนาดเล็ก
จะออกช่อตรงข้อของลำต้น มีลักษณะเป็นพวง ซึ่งจะมีเมล็ดกลม ๆติดกันอยู่เป็นพวง
พริกไทย แม้จะมีชื่อไทยแต่ความจริงแล้วมีถิ่นกำเนิดในประเทศอินเดีย
บริเวณเทือกเขาทางภาคตะวันออกเฉียงใต้สำหรับบ้านเราพริกไทยถือเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญชนิดหนึ่ง
โดยนิยมปลูกพริกไทยกันมากในจังหวัดจันทบุรี ตราด และ ระยองโดย พริกไทย ที่นิยมปลูกในบ้านเรา มีอยู่ด้วยกัน 6
สายพันธุ์ ได้แก่ พันธุ์ใบหนา พันธุ์บ้านแก้ว พันธุ์ปรางถี่ธรรมดาพันธุ์ปรางถี่หยิก พันธุ์ควายขวิด และ สายพันธุ์คุชชิ่ง
เรียกได้ว่ามีให้เลือกใช้งานกันหลากหลายตามแต่ถนัดนั่นจึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจที่ พริกไทย
จะป็นราชาแห่งเครื่องเทศ ที่มีรสชาติเผ็ดร้อนสามารถนำมาทำเป็นพริกไทยแห้งไว้ใช้เป็นเครื่องปรุงในการประ
กอบอาหาร ถ้าเป็นแบบแห้งทั้งเปลือกจะเป็น พริกไทยดำแต่ถ้าลอกเปลือกออกก่อนทำเป็นผง ก็จะได้เป็น
พริกไทยขาว ทั้งสองแบบมักไม่ค่อยขึ้นราวิธีการเก็บรักษาจึงง่ายมาก เพียงแค่เก็บไว้ในโหลแก้วให้มิดชิด
ส่วนพริกไทยป่นก็ควรบดเก็บแต่น้อยในภาชนะที่แห้งสนิทและปิดให้มิดชิดเช่นกันซึ่งนอกจาก พริกไทย
จะถูกใช้ในการประกอบอาหารไทยและเทศแล้ว พริกไทยยังมีประโยชน์ ในการรักษาโรคต่างๆ เช่น โรคกระเพาะ ลำไส้
แก้ปวด แก้อักเสบ เป็นต้น ขณะที่ทางตำราจีน จะใช้ พริกไทยในการรักษา โรคท้องเดินจากอหิวาต์ โรคมาลาเรีย และ แก้ไข้
ส่วนน้ำมันในพริกไทย ( สารพิเพอรีน ) ก็นำมาเจือจางกับน้ำเอามาสูดดม หรือทาถูผิวหนัง เพื่อลดอาการไข้ หนาวสั่น
ทำให้หายใจโล่งขึ้น และฆ่าเชื้อโรคได้ดีสามารถนำมาผสมกับน้ำมัน แล้วนวดบริเวณที่ปวดกล้ามเนื้อ
นอกจากนี้กลิ่นของพริกไทย ยังเข้าไปกระตุ้นสมองให้รู้สึกตื่นตัวอยู่เสมอ โดยในตำราไทย จะนำพริกไทยดำ
มาทำเป็นสมุนไพร เพื่อแก้อาการ จุกเสียดแน่นเฟ้อจากอาหารไม่ย่อย แก้อ่อนเพลีย และลดอาการอยากบุหรี่
ในรายที่ต้องการเลิกบุหรี่อย่างไรก็ตาม วันนี้เราจะมาเสนอสรรพคุณใหม่ของ
พริกไทย นั่นคือการลดความอ้วน
โดยผลการวิจัยจากประเทศสหรัฐอเมริกา ยืนยันว่า พริกไทยดำสามารถลดความอ้วนได้จริง
และสามารถลดน้ำหนักได้อย่างดีเยี่ยมนั่นก็เพราะ พริกไทยดำ มีส่วนประกอบของสาร
ไพเพอร์รีนที่มีคุณสมบัติในการต่อต้านความอ้วนและควบคุมการก่อตัวของเซลล์ไขมันใหม่
พร้อมกับทำลายเซลล์ไขมันเก่าที่สะสมอยู่ภายในร่างกาย
ให้มีจำนวนลดลงนั่นเอง…

Read More

วิธีถนอมสายตาให้ใช้งานมีประสิทธิภาพ ไม่เสื่อมก่อนวัยอันควร

เรื่องของสายตาถือเป็นสิ่งที่มีความสำคัญต่อการดำรงชีวิตของคนเราดังนั้นจึงไม่ควรปล่อยปละละเลย
และนี่ก็คือแนวทางการวิธีถนอมสายตาให้มีการใช้งานมีประสิทธิภาพและไม่เสื่อมก่อนวัยอันควร
ก่อนอื่นเลยคือเรื่องของอาหารการกินถ้าหากว่าเรารับประทานอาหารอย่างถูกต้อง สายตาของเราก็จะมีสุขภาพที่ดี
โดยให้เน้นไปที่อาหารที่มีกรดไขมัน โอเมก้า 3, ลูทีน, ซิงค์, วิตามินซี และวิตามินอี
สารอาหารเหล่านี้จะช่วยลดโอกาสเกิดโรคทางสายตาอย่างเช่นจอตาเสื่อมและต้อ กระจกได้พอสมควร
สำหรับอาหารที่มีสารอาหารเหล่านี้ก็คือ ผักใบเขียวต่างๆ
เช่นบร็อคโคลี่และผักโขม, ผลไม้ต่างๆ โดยเฉพาะส้ม, กีวี่ และองุ่น
นอกจากนี้ก็สามารถเลือกรับประทานอาหารเสริมที่มีลูทีนโดยเฉพาะก็ได้
ให้เน้นไปที่อาหารเสริมที่มีลูทีนโดยเฉพาะ ไม่ใช่ว่ารวมเอาวิตามินต่างๆ เข้ามาด้วย เพราะจะทำให้เราได้รับลูทีนน้อย
แต่ถ้าเป็นไปได้ให้เลือกรับประทานอาหารที่มีลูทีนแทนจะดีกว่า
เพราะร่างกายจะดูดซึมสารอาหารได้ดีกว่าการรับประทานจากอาหารเสริม
พฤติกรรมการใช้ชีวิตก็มีส่วนต่อสุขภาพสายตาเช่นกัน
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคปัจจุบันที่คนใช้คอมพิวเตอร์หรือว่าโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟนมากขึ้น
ทุกวันนี้คนอยู่หน้าจออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เหล่านี้เป็นเวลานานหลายชั่วโมงต่อวัน
ซึ่งในระยะยาวแล้วมันจะส่งผลเสียต่อสุขภาพสายตาอย่างแน่นอนดังนั้นจึงควรเว้นระยะห่างของสายตากับอุปกรณ์เหล่านั้นให้พอดีๆ
ไม่เร่งแสงสว่างมากจนเกินไป และพยายามพักสายตาทุกๆ ครึ่งชั่วโมงลองกระพริบตาให้ดวงตากลับมาชุ่มชื้นก็เป็นเรื่องดี
สำหรับคนที่ใส่คอนแท็กเลนส์มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องรักษาความสะอาดด้วย
เพราะว่ามันมีโอกาสทำให้เราติดเชื้อได้เหมือนกันที่ดวงตาดังนั้นจึงควรล้างมือให้สะอาดก่อนใส่และถอดเลนส์ทุกครั้ง ทำให้ถูกวิธี
ไม่ควรสวมในเวลานอนหลับ หรือว่าใส่ว่ายน้ำเพราะมีความเสี่ยงอย่างยิ่งที่จะทำให้ดวงตาของเราเกิดอาการระคายเคือง
และยังอาจจะทำให้ติดเชื้อได้ด้วยในภายหลังสิ่งสำคัญอีกอย่างก็คือการหมั่นตรวจสายตาเป็นประจำ
สำหรับใครก็ตามที่ตรวจสุขภาพประจำปีตลอดอยู่แล้วส่วนใหญ่การตรวจก็จะรวมเอาการตรวจสายตาอยู่ในนั้นด้วย
นี่คือเรื่องที่เราควรทำเป็นประจำเพราะหากมีอะไรผิดปกติจะได้รักษาแก้ไขได้ทันท่วงที
ช่วยลดโอกาสที่อาการจะหนักขึ้นทั้งหมดนี้ก็คือแนวทางคร่าวๆ ในการดูแลรักษาสุขภาพสายตาของเรา
ถ้าทำได้ตามนี้ก็เชื่อว่ามีโอกาสสูงที่สายตาจะมีสุขภาพดีไปอย่างยาวนาน
ไม่จำเป็นต้องปวดหัวกับอาการเสื่อมต่างๆ ที่มาก่อนวัยอันควร…

Read More

ช็อคโกแลตมีประโยชน์ ไม่ได้ทำให้อ้วนอย่างเดียวเท่านั้น

พูดถึงช็อคโกแลต หลายคนคงนึกไปถึงรสชาติอันหอมหวานของมัน
ไม่น่าแปลกที่มันจะกลายเป็นขนมสุดโปรดของใครหลายคน
ซึ่งมันก็มีประโยชน์อยู่ในตัวด้วยเช่นกัน

หากจะนึกถึงการรับประทานช็อคโกแลต
ส่วนใหญ่คงจะมองกันว่ามันเป็นสาเหตุที่ทำให้อ้วน
นั่นก็จริงส่วนหนึ่งถ้าหากว่ามีการบริโภคมากจนเกินไป
แต่อันที่จริงแล้วช็อคโกแลตมันก็มีประโยชน์ต่อร่างกายด้วยเช่นกัน
มาดูกันเลยดีกว่าว่ามันจะส่งผลดีอย่างไรกันบ้าง

ช็อคโกแลตนั้นมีสารแอนต้อ็อกซิแดนท์จากผงโกโก้
ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่ามันช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ
จึงมีประโยชน์อย่างมากในด้านการป้องกันโรคภัยไข้เจ็บมากมาย
ขณะที่ในด้านอารมณ์นั้น ช็อคโกแลตก็จะช่วยให้เราเครียดน้อยลง
ด้วยกรดอะมิโนทริปโตฟานที่มีอยู่ในผงโกโก้ ถ้าลองสังเกตกันดีๆ
หลังจากที่เราบริโภคช็อคโกแลตเข้าไป เราจะมีความรู้สึกผ่อนคลาย
และอารมณ์ดีขึ้นมาในทันที

นอกเหนือไปจากช่วยให้เราผ่อนคลายแล้ว
ช็อคโกแลตยังทำให้ความจำของเราดีขึ้นได้อีกด้วย
นั่นเพราะว่ามันมีสารฟลาวานอลส์ที่ช่วยกระตุ้นให้การไหลเวียนเลือดในสมองทำง
านได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ขณะที่นักดื่มที่ชอบเมาค้างกันอยู่บ่อยๆ
การดื่มช็อคโกแลตร้อนๆ ก็สามารถช่วยให้อาการเมาค้างทุเลาลงได้อีกด้วย

ด้านความสวยความงาม ช็อคโกแลตก็มีประโยชน์ไม่น้อยเลย
ด้วยสารฟลาโวนอยด์ที่จะช่วยให้ผิวพรรณมีความชุ่มชื้นมากขึ้น
รวมถึงช่วยให้การไหลเวียนเลือดดีขึ้นด้วยเช่นกัน

ช็อคโกแลตยังถูกวิจัยมาแล้วว่าสามารถช่วยลดระดับไขมันในเลือดได้
ขณะเดียวกันก็ช่วยป้องกันโรคมะเร็ง และโรคหัวใจได้อีกด้วย
นี่คือประโยชน์ที่จะทำให้ร่างกายของเราสมบูรณ์แข็งแรงในระยะยาว
เพียงแค่บริโภคช็อคโกแลตอย่างถูกต้องสม่ำเสมอเท่านั้น

ด้วยประโยชน์ที่มากมายขนาดนี้
เราอาจมีคำถามว่าเราควรบริโภคช็อคโกแลตชนิดไหนถึงจะดี
คำตอบก็คือดาร์กช็อคโกแลตจะดีที่สุด เพราะมันมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระ
รวมไปถึงแร่ธาตุต่างๆ มากมาย
โดยดาร์กช็อคโกแลตนั้นจะมีส่วนผสมของน้ำตาลและไขมันค่อนข้างน้อย
จึงไม่ได้ส่งผลเสียต่อร่างกายของเรามากนัก

นี่ก็คือการแนะนำถึงประโยชน์ต่างๆ ของช็อคโกแลต
จะเห็นได้ว่ามันไม่ได้มีเพียงแค่รสชาติถูกปากใครต่อใครเท่านั้น
แต่มันยังมากด้วยประโยชน์อีกด้วย
แต่การที่จะดึงเอาประโยชน์ของมันมาได้อย่างเต็มที่หรือไม่
ก็อยู่ที่ตัวของผู้บริโภคเองในการเลือกรับประทานช็อคโกแลตอย่างถูกต้องและเหม
าะสม

ขอให้มีความสุขไปกับการรับประทานช็อคโกแลตกันต่อไป…

Read More

ไม่อยากทนทุกข์ทรมานกับสิว ต้องปรับพฤติกรรมเหล่านี้

สิวถือเป็นหนึ่งในปัญหาเกี่ยวกับความสวยความงามที่กวนใจมนุษย์เรามาช้านาน
แน่นอนว่าใครก็ย่อมไม่อยากเป็นกันทั้งนั้น ซึ่งถ้าไม่อยากทนทุกข์ทรมานกับสิวก็ต้องปรับพฤติกรรมเหล่านี้
อย่างแรกเลยก็คือการรักษาความสะอาด
เราไม่ควรที่จะใช้มือสัมผัสกับใบหน้าบ่อยๆ โดยไม่จำเป็น
เพราะในการใช้ชีวิตประจำวันนั้นมือของเราจะมีเชื้อโรครวมไปถึงแบคทีเรียเป็นจำนวนมาก
ซึ่งหากนำมาสัมผัสกับใบหน้าโดยตรงก็อาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดสิวขึ้นได้
ขณะเดียวกันความสะอาดของสิ่งต่างๆ ที่จะต้องสัมผัสกับใบหน้าเราโดยตรง
เช่นผ้าเช็ดหน้าหรือว่าหมอน ก็ควรที่จะทำให้มันสะอาดอยู่ตลอดเวลาด้วย
ขณะที่อุปกรณ์ที่ทุกคนใช้กันในปัจจุบันอย่างสมาร์ทโฟนก็อย่าได้มองข้าม
ควรรักษาความสะอาดให้ดีด้วย เพราะเมื่อเรารับสายแต่ละครั้งใบหน้าของเราก็จะไปสัมผัสกับหน้าจอของมัน
ซึ่งถ้าเราไม่เคยทำความสะอาดมันเลยหน้าจอสมาร์ทโฟนนี่แหละคือแหล่งรวมเชื้อโรคชั้นดี
ต่อมาก็คือการไม่บีบสิวเองถ้าหากว่าไม่มีความรู้เพียงพอ
นี่อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดแผลเป็นหรือว่าใบหน้าเกิดหลุมขึ้นมาได้
ดีไม่ดีถ้าหากเราบีบไม่ดีก็จะยิ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้รอยสิวนั้นลุกลามบานปลายให้เครียดหนักกว่าเดิม
ทางที่ดีควรปล่อยให้เป็นหน้าที่ของแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญเป็นคนลงมือจัดการจะดีกว่า ซึ่งก็ต้องศึกษากันให้ดีๆ
ก่อนด้วยว่าแพทย์คนนั้นเราสามารถไว้วางใจได้หรือไม่
ในขั้นตอนของการรักษาสิว เราอาจจะเห็นได้ว่าแพทย์จะจ่ายยารักษาสิวให้กับเรา
ซึ่งนั่นไม่ได้หมายความว่ายาตัวนั้นจะได้ผลกับเราเสมอไป
เพราะผิวหน้าของแต่ละคนก็ต้องการยารักษาสิวที่แตกต่างกันออกไป
โดยยารักษาสิวโดยทั่วไปแล้วจะเป็นกลุ่มยา benzoyl peroxide
ซึ่งมีฤทธิ์คอยฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งนี่เป็นต้นเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดสิว
แต่ว่ายาชนิดนี้จะไม่เหมาะกับคนที่ผิวแพ้ง่ายหากใช้ไปอาจจะทำให้ผิวหน้าเกิดความระคายเคืองเป็นอย่างมาก
มันไม่มีสูตรสำเร็จตายตัวว่ายารักษาสิวแบบไหนจะเหมาะกับใครบ้างของแบบนี้ต้องค่อยๆ เรียนรู้กันไป
หาแนวทางการรักษาสิวที่เหมาะสมกับตัวเองที่สุดรวมไปถึงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมบางอย่างที่ได้แนะนำเอาไว้อย่างเคร่งครัด
มันก็จะช่วยให้สิวลดลงได้พอสมควรทั้งนี้ใครที่เป็นสิวอยู่ก็อย่าได้เครียดไป การรักษาจำเป็นต้องใช้เวลา
แต่ถ้าทำทุกอย่างให้ถูกต้องแล้วล่ะก็สบายใจได้เลยว่าในอนาคตปัญหาสิวบนใบหน้าจะหมดไป เรื่องที่ทำให้เราหมดความมั่นใจก็จะค่อยๆ หายไปอย่างแน่นอน…

Read More

ไม่ต้องพึ่งแต่พารา! 6 อาหารลดอาการปวดหัว อร่อย ดีต่อสุขภาพ

ปวดหัว ถือเป็นอาการป่วยยอดฮิตของใครหลายๆ คน
ซึ่งทางออกที่คุนเคยคือการกินยาอย่างพาราเซตามอล แต่สำหรับคนไม่ต้องการทานยา
หรือมีอาการปวดหัวแค่เพียงเล็กน้อย ซึ่งหลายคนมักจะเกิดอาการนี้เป็นประจำ
และอยากหาทางออกอื่นๆ บ้าง จะต้องทำอย่างไร
คำตอบของคุณคือ การกินอาหารธรรมชาติ ซึ่งทำให้คุณไม่ต้องพึ่งยาพารา
เกินความจำเป็น เราลองมาดูกันว่า อาหารอะไรบ้างที่ทำให้คุณได้อิ่มท้อง
แถมยังเป็นยาช่วยรักษาร่างกายได้ด้วย
1. ปลาทะเล
ปลาทะเล เช่น ปลาทู ปลาแซลมอน ปลากะพง นอกจากอร่อยแล้ว
ยังมีประโยชน์มหาศาล เนื่องจากปลาทะเลมีโปรตีนสูง
ซึ่งมีส่วนช่วยในการทำทำหน้าที่ควบคุมระดับน้ำตาลในร่างกายให้คงที่
เมื่อระดับน้ำตาลคงที่อาการปวดหัวก็จะลดลง
นอกจากนี้ ในปลาทะเลยังมีกรดไขมันโอเมก้า-3
ที่เป็นกรดไขมันที่จำเป็นต่อร่างกายเป็นตัวช่วยลดการอักเสบ
ช่วยลดอาการปวดได้อีกด้วย
2. กล้วย
กล้วย ถือเป็นผลไม้ที่หาง่าย มีหลากหลายสายพันธุ์
หากินได้ง่ายไม่ว่าจะเป็นฤดูไหน ที่สำคัญคือราคาไม่แพง
กล้วยยังเป็นผลไม้ที่อุดมด้วยสารอาหารที่ดีต่อร่างกายหลายชนิด ทั้งวิตามินเอ วิตามินบี
วิตามินซี และที่สำคัญมีแร่ธาตุโพแทสเซียม ที่ช่วยปรับสมดุลแร่ธาตุในร่างกาย
จากการศึกษาพบว่ากล้วยช่วยลดความเครียดและทำให้เกิดความสุขได้อีกด้วย
3. ขิง
ขิง หลายๆ คนอาจจะไม่ชอบรสชาติ แต่จัดว่าเป็นสมุนไพรแบบไทย ๆ
ที่มีประโยชน์อย่างยิ่ง สามารถนำมาปรุงอาหารได้ทั้งคาวและหวาน หรือเครื่องดื่ม
ขิงจะช่วยให้ผ่อนคลาย เลือดลมไหลเวียนได้ดี
4. ผักใบเขียว
ขึ้นชื่อว่า ผัก ก็รู้ทันทีว่าต้องมีประโยชน์แน่ๆ ไม่ว่าจะเป็น ผักโขม ผักคะน้า ตำลึง
ผักใบเขียว นอกจากจะมีใยอาหารสูง ช่วยให้ขับถ่ายของเสียออกมาได้ดีแล้ว
ยังมีสารคลอโรฟิลล์ที่เปรียบเสมือนตัวล้างพิษทำให้ร่างกายสามารถรับออกซิเจนได้มาก
ขึ้น อาการปวดก็จะลดลง
5. ธัญพืชธรรมชาติไม่ขัดสี
ธัญพืชธรรมชาติไม่ขัดสี จำพวก ข้าวกล้อง ข้าวโอ๊ต ลูกเดือย ถั่วแดง งา
อาหารในกลุ่มนี้จะมีวิตามินในกลุ่มวิตามินบีสูง
ซึ่งเป็นตัวช่วยในสารสื่อประสาทของร่างกายให้ทำงานได้ดีช่วยลดอาการปวดหัวได้อีกด้วย
6. ข้าวโพด
ข้าวโพด เป็นพืชที่มีประโยชน์มากกว่าที่หลายๆ คนคาดคิด เนื่องจากข้าวโพด
มีวิตามินบี 3 หรือไนอะซินสูง มีส่วนช่วยให้การไหลเวียนเลือดไปสู่สมองได้ดีขึ้น
และลดความตึงเครียดของกล้ามเนื้อได้…

Read More